“Sun Flower Seed” เมล็ดทานตะวันกับประโยชน์ที่มีดีต่อสุขภาพ

WM

มาดู!! ประโยชน์ของเมล็ดทานตะวันต่อสุขภาพ

เมล็ดทานตะวันนั้นมีประโยชน์มากมายเรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วเลยทีเดียว เมล็ดทานตะวันเป็นของกรดไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนี้แล้วเมล็ดทานตะวันถูกนำมาสกัดเป็นน้ำมันดอกทานตะวันที่หลายคนนำมาปรุงอาหารและบริโภคอีกด้วย ส่วนเมล็ดทานตะวันนั้น ประกอบไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่มีคุณค่าหลายชนิด เช่น มีทองแดง แมงกานีส และซีลีเนียมในปริมาณมาก มีวิตามินอี วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก ใยอาหาร และโปรตีน เป็นต้น

นอกจากนี้ เมล็ดทานตะวันยังมีไขมันสูงด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการรับประทานไขมันชนิดนี้ในปริมาณที่พอดี และรับประทานทดแทนอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวหรือไขมันทรานส์สูง อาจมีส่วนช่วยในการบำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ ลดความดันโลหิต ตลอดจนลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลได้

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/congerdesign-509903/

ประโยชน์ของเมล็ดทานตะวันต่อสุขภาพ

1. เมล็ดทานตะวันมีความกรุบกรอบและอร่อย สามารถเคี้ยวเล่นได้ เป็นของขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ เนื่องจากมีพลังงานสูง โดยเมล็ดทานตะวัน 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 584 แคลอรี และเป็นแหล่งของสารอาหาร แร่ธาตุ มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีวิตามินที่ดีต่อสุขภาพ

2. เมล็ดทานตะวันก็เปรียบได้กับถั่วหรือธัญพืชอื่นๆ เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่ดีต่อร่างกาย เช่น ทริปโตเฟน ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก เมล็ดทานตะวัน 100 กรัม ให้โปรตีนประมาณ 21 กรัม (37% ของค่าที่แนะนำต่อวัน)

3. เมล็ดทานตะวันมีสารประกอบโพลีฟีนอลที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น กรดคลอโรจีนิก กรดควินิก และกรดคาเฟอีน สารประกอบเหล่านี้เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ ที่มีหน้าที่ช่วยขจัดโมเลกุลของสารออกซิไดซ์ที่เป็นอันตรายออกจากร่างกาย ไม่เพียงเท่านั้น กรดคลอโรจีนิกยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยจำกัดการสลายของไกลโคเจนในตับ

4. เมล็ดทานตะวันเต็มไปด้วยวิตามิน E โดยมีวิตามิน E ประมาณ 35.17 กรัมต่อเมล็ดทานตะวัน 100 กรัม (ประมาณ 234% ของ ปริมาณที่แนะนำต่อวัน) วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยบำรุงความสมบูรณ์ของเยื่อหุ้มเซลล์ของเยื่อเมือกและผิวหนังโดยการปกป้องจากอนุมูลอิสระที่เป็นอันตราย

5. เมล็ดทานตะวันเป็นหนึ่งในแหล่งที่ดีที่สุดของวิตามิน B-complex เช่น ไนอาซิน กรดโฟลิก วิตามินบี (วิตามินบี 1) ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) กรดแพนโทธีนิก และไรโบฟลาวิน Niacin และ Pyridoxine เป็นวิตามิน B-complex อื่น ๆ ที่พบมากในเมล็ดทานตะวัน โดยมีไนอาซินประมาณ 8.35 มก. หรือ 52% ของระดับไนอาซินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันนั้น จากเมล็ดทานตะวันเพียง 100 กรัม นอกจากนี้ไนอาซินยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการทำงานของ GABA ในสมอง ซึ่งจะช่วยลดความวิตกกังวลและโรคประสาท

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/_alicja_-5975425/

6. เมล็ดทานตะวันเป็นแหล่งของกรดโฟลิกที่มีในปริมาณสูง เมล็ดทานตะวัน 100 กรัมมีกรดโฟลิก 227 ไมโครกรัม ซึ่งคิดเป็นประมาณ 37% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน กรดโฟลิกจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ เหมาะกับมารดาที่ตั้งครรภ์บุตรในช่วงเริ่มแรก หรือเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ เนื่องจากสามารถป้องกันข้อบกพร่องของท่อประสาทในทารก

7. เมล็ดทานตะวันเป็นแหล่งแร่ธาตุที่จำเป็นมากมาย เช่น แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมงกานีส สังกะสี แมกนีเซียม ซีลีเนียมและทองแดง แร่ธาตุเหล่านี้มีความเข้มข้นสูงเป็นพิเศษในเมล็ดทานตะวัน แร่ธาตุเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างกระดูก ผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง การหลั่งของเอนไซม์ การผลิตฮอร์โมน ตลอดจนการควบคุมกล้ามเนื้อหัวใจ

เมล็ดทานตะวันโทษต่อร่างกายมีหรือไม่ DooDiDo เมล็ดทานตะวันนั้นมักไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไม่เหมือนพืชตระกูลถั่ว แต่ทั้งนี้บางคนอาจจะแพ้เมล็ดทานตะวันได้ โดยอาจมีปฎิกริยาต่อผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคัน จาม อาการคันในดวงตา ปวดท้อง อาเจียน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะการรับประทานอาหารที่มีน้ำมันทานตะวันในปริมาณสูงอาจส่งผลให้ระดับอินซูลินและน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งอาจทำให้มีไขมันในเลือดหลังมื้ออาหารเพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วยโรคนี้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงตีบแข็งได้ เป็นต้น

ขอบคุณแหล่งที่มา: https://ihealzy.com