How To หากคุณอกหักควรต้องดูแล เยียวยาตัวเองอย่างไรบ้าง

WM

เมื่ออกหักต้องทำไง สิ่งที่ทุกคนควรรู้

การคบกันแรกๆ อะไรๆ ก็อาจจะจะดูสวยงามไปหมดทุกอย่าง แต่พอนานไปหากความรักจืดจางลง ทุกๆ ความสัมพันธ์ก็มักจะจบลงด้วยการเลิกลากัน “การเลิกรากันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจ” ผู้ที่เคยผ่านการเลิกรามาแล้ว จะรู้ว่าคนอกหักนั้นยากจะเยียวยา อารมณ์ของคนอกหัก คืออารมณ์ตอบสนองต่อความรักที่ขาดสะบั้นอย่างกะทันหัน ไม่คาดคิด หรือไม่เป็นที่ต้องการซึ่งส่วนใหญ่มีอาการ เช่น มีความปรารถนาที่รุนแรง ความเจ็บปวด หรือความรักที่ไม่ได้รับรักตอบ และมันแสนจะเจ็บปวด สำหรับบางคน รู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกถล่ม และหลายกรณี เนื่องจากความเจ็บปวดนั้นมากมายเหลือเกิน และหลายคนก็คิดว่าปล่อยให้เวลารักษาแผลใจน่าจะดีกว่า เพราะหลายคนไม่ชอบ ความขัดแย้งในใจของตัวเอง การที่จะเข้าใจจัดการกับความรู้สึกตอนนั้นอาจจะเป็นเรื่องยาก

เมื่อเรามีความเจ็บปวดจากความสัมพันธ์ที่จบลงจนรู้สึกเหมือนหัวใจแทบจะแตกสลาย ผลให้ความรู้สึกมั่นคงถูกทำให้สั่นคลอนและพลังชีวิตถูกบั่นทอนจนขาดกำลังใจ กลับมิได้รับความเห็นใจเหมือนคนขาหักจากการเล่นกีฬาหรือเจ็บป่วยจากโรคภัยซึ่งบาดเจ็บทางกาย ทั้งที่ไม่ว่าจะเป็นความบาดเจ็บทางใจหรือกายต่างก็ใช้สมองส่วนเดียวกันในการรับรู้และรู้สึกไม่ต่างกัน

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/stocksnap-894430/

จงให้เวลาตัวเอง
การเลิกร้างกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี อารมณ์และกายภาพ ที่ทำให้เรารู้สึกหงอยเหงา ไม่มีใครรัก หดหู่และไร้ค่า เป็นอารมณ์ที่ไม่หายไปง่ายๆเพียงแค่ไปตัดผมทรงใหม่ ช้อปปิ้งแหลก หรือไปเที่ยวคลับ แทนที่จะผลักดันตัวเองให้ก้าวต่ออย่างรวดเร็ว ขอให้ใช้เวลาเพื่อแยกแยะความรู้สึกของตน ว่ารู้สึกอย่างไร การเก็บความรู้สึกไว้กับตนเองดูดีในช่วงสั้นๆ แต่มันจะก่อให้เกิดผลระยะยาวที่ไม่ต้องการ เช่น ความขมขื่น ความคิดทางลบต่อการมีความสัมพันธ์ กลัว เศร้า มองภาพพจน์ตนเองในแง่ลบ หรือเดทไปเรื่อย ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นจริง

ไม่ว่าจะบอกตัวเองว่าแฟนเก่านั้นยังใช่ แม้ว่าตัวเขาไม่อยากใช่กับเพื่อนและครอบครัวเราอีกต่อไป ช่างมันเถอะ ความคิดอาจบิดเบี้ยวบ้าง แต่ความรู้สึกนั้นจริงแน่แท้ จงให้เวลากับตนเองเพื่อค้นหามัน

การเลิกรามาพร้อมกับการสูญเสียความสัมพันธ์กับอดีตคู่ของเรา หรือเพื่อนบางคนที่มีร่วมกัน และครอบครัวของอดีตแฟน แต่ความสูญเสียอาจไม่ใช่แค่นั้น คุณอาจเสียบ้าน สถานะทางสังคม และอนาคตอะไรก็ตามที่ฝันร่วมกันไว้กับอดีตแฟน การอกหักก็เหมือนการสูญเสียอื่นๆ เราต้องให้เวลาและมีระยะห่างให้ตัวเองได้โศกเศร้า แต่พูดนั้นง่ายกว่าทำ การตอบสนองตามธรรมชาติคือ หลีกเลี่ยง เพราะการเผชิญความจริงมันปวดร้าวเกินไป แต่การไม่ยอมรับความจริงอาจนำไปสู่อาการซึมเศร้า วิตกกังวล ความมั่นใจในตนเองต่ำ ภูมิคุ้มกันลดลง การแสดงออกทางกายภาพ เช่นความเครียดทางร่างกาย สิ้นหวัง ย้ำคิด และ ใช่แล้ว ติดแหงก ไปต่อไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นความไม่สะดวกสบายทั้งทางใจและอารมณ์อย่างมากในขณะนั้น แต่การให้พื้นที่กับความโศกเศร้าทำให้เรามีความรู้สึกว่าทุกอย่างควบคุมได้และรู้สึกมีอำนาจในตนเองอีกครั้งหนึ่ง (หลังจากเสียศูนย์ไปเพราะถูกบอกเลิก) แน่นอนเราไม่อยากเข้าสู่ความสัมพันธ์ครั้งต่อไปแบบกล้าๆกลัวๆ หรือคาดหวังในแง่ร้าย และผลักไสไล่ส่งแฟนคนต่อไปของเราโดยการบอกเขาซำ้ซากว่า “อย่าหักอกชั้นเลย”

ความโศกเศร้านั้นจำเป็นสำหรับกระบวนการเยียวยาตนเอง และเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างสมบูรณ์

รู้จัก 5 ขั้นตอนผ่านความโศกเศร้าของ Dr. Elisabeth Kubler-Ross เป็นวิธีที่นิยมที่สุด ในการผ่านพ้นความโศกเศร้า แม้ว่าแต่ละคนจะมีประสบการณ์ความโศกเศร้าต่างกันไปก็ตาม

5 ขั้นตอนคือ ไม่ยอมรับ(ไม่สามารถรับความเป็นจริง) โกรธแค้น(มีความตึงเครียดทางร่างกาย,หงุดหงิด,ไม่พอใจ) ต่อรอง(วาดฝัน,สวดอ้อนวอน) ซึมเศร้า(เศร้า,รู้สึกโหวงเหวงว่างเปล่า,รู้สึกผิด,นอนไม่หลับ,เบื่ออาหาร,สิ้นหวัง) และยอมรับ

การเปลี่ยนผ่านในแต่ละขั้นตอนควรแยกแยะความคิด ความรู้สึก พฤติกรรมและสัมผัสทางกาย ให้เวลากับการรับรู้สิ่งที่เราได้พบ และฝึกปล่อยวาง โดยไม่ไปควบคุมหรือเปลี่ยนแปลง การปล่อยให้ตนเองโศกเศร้านั้นเป็นเรื่องยาก จงปรานีต่อตนเองและเข้าใจว่าต้องใช้เวลาสักหน่อย

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/pexels-2286921/

งดโซเชียลเพื่อส่องแฟนเก่าชั่วคราว
การเลิกราเป็นความสูญเสียชนิดพิเศษ เพราะอดีตแฟนของเรายังมีตัวตนอยู่ สื่อสังคมทั้งหลายทำให้การเข้าถึงแฟนเก่าของเราเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นจากการที่ไปตามดูเขาในอินสตาแกรมหรือเฟสบุ๊ค

จงมีสติ
เพื่อจัดการกับความคิดและความรู้สึกไม่ดี ลอง หายใจเข้า อ ออก ลึก ๆ ดึงจิตกลับมาอยู่ที่ความรู้สีกทางกาย ทำสมาธิ และกิจกรรมทางจิตใจอื่นๆ จงปล่อยวาง อย่าพยายามควบคุม หยุด หลีกเลี่ยงหรือจัดการกับสิ่งใด จะทำให้สิ่งนั้นมีผลต่อเราน้อยลง ทำให้เรารู้สึกมั่นใจและมีทักษะที่จะเผชิญหน้า

วิธีแก้อกหัก คือDate กับตัวเอง
พวกอกหักมักติดแหงกอยู่กับความทรงจำที่ว่าเราเคยเป็นยังไงก่อนที่จะมีการเลิกรา มักมองเห็นตัวเองอยู่ในความสัมพันธ์เก่า ลืมไปว่าเราเคยมีชีวิตชีวา น่าสนใจและน่าคบหา ในสมัยที่ยังโสดอยู่ จงกลับมาค้นพบตัวเองอีกครั้ง โดยนัดกับตัวเอง การนัดกับตนเองเป็นวิธีที่จะกลับมามองตนเอง ว่าเรารู้สึกยังไง กำลังคิดอะไรและทำไมเราควรทำแบบนั้น ช่วยให้เราได้เห็นถึงความต้องการและความปรารถนาของเรา นี่คือขั้นตอน:

ขั้นตอนที่ 1: จัดตารางเวลาให้ตัวเอง โดยยึดตนเองเป็นที่ตั้ง

ขั้นตอนที่ 2: ตัดสินใจว่าจะทำอะไร ให้แน่ใจว่าเป็นสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ

ขั้นตอนที่ 3: แต่งตัวจัดเต็ม ทำไมเสียเวลาจัดเต็มเพื่อคนอื่นล่ะ

ขั้นตอนที่ 4: ไปเที่ยวอย่างสนุกสนาน เปิดใจกับประสบการณ์ใหม่และมีความสุขกับมัน

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/danatentis-2743349/

จงจำไว้ว่าทำไมจึงเลิกรา
เราอาจจะรู้สึกเจ็บปวดกับความรักเมื่อต้องนึกถึงสิ่งที่อดีตแฟนพูดเมื่อเลิกรา แต่มันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราไปต่อได้ คือเหตุผลว่าทำไมเราสองคนถึงไปต่อไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ไม่รักไม่สนใจกันอีกแล้ว,เรานอกใจ หรือแม้แต่ว่าเขาได้ยินเสียงเรียกจากพระเจ้าและเลิกกับเราไปรับใช้พระองค์ เราต้องรับความจริงว่าทำไมความสัมพันธ์ต้องเลิกรา เพื่อที่เราจะได้ไปต่อได้ คนเดียว

หาตัวช่วย
ถ้าต้องการความช่วยเหลือเพิ่ม การบำบัดเป็นหนทางที่น่าสนใจและเป็นวิธีใหม่ในการที่จะปล่อยอดีตไป เช่น Cognitive-Behavioral Therapy การบำบัดระยะสั้นที่มีเป้าหมายจับต้องได้ สอนให้เรารู้ว่าจะเปลี่ยนความคิดที่ไม่มีประโยชน์ ความคิดแง่ลบ(โดยอัตโนมัติ) พฤติกรรมปรับตัวผิดๆ ที่หยุดไม่ให้เราเดินหน้าต่อไปได้ ได้อย่างไร

หวังว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยเยียวยาหัวใจที่แหลกสลาย DooDiDo อยากให้คุณจำไว้ว่าทุกคนต้องมีสักครั้งในชีวิตที่อกหัก ให้เวลา ระยะห่างและความเห็นอกเห็นใจตนเองให้มาก และหากคุณเป็นเพื่อนของคนที่กำลังอกหักหรือแม้ในกรณีที่คุณเองกำลังอกหัก คุณต้องเข้าใจว่าร่างกายเยียวยาตัวเองโดยอัตโนมัติแต่จิตใจนั้นไม่ คุณจึงต้องมีความอดทนกับคนที่กำลังอกหักไม่ตัดสินว่าช่วงเวลาที่พวกเขาอ่อนแอเป็นสิ่งที่เกินกว่าเหตุ แน่นอนว่าความเข้าใจจะช่วยคุณได้ สิ่งที่คุณทำได้มีเพียงแค่สนับสนุนเท่านั้น การชี้นำอย่างการบอกข้อเสียของคนรักเก่าให้ฟังอาจไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ เพราะไม่ว่าอย่างไรทุกคนก็จะต้องเติบโตด้วยตัวเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา: https://ihealzy.com