8 วิธีในการฝึกนกแก้วแสนฉลาดให้พูดเลียนแบบเราได้

WM

หากคุณอยากตีสนิทกับนกแก้วและทำให้มันมีความสุข คุณก็สามารถสอนให้มันพูดได้

นกแก้วเป็นสัตว์ที่มีความน่ารักน่าเลี้ยง เป็นสัตว์ที่ฉลาดมากและเป็นเพื่อนที่ดีเยี่ยมให้กับคนเลี้ยงเพราะน้องามารถกลายเป็นนักพูดที่เก่งได้ การสอนแก้วให้พูดนั้นจะใช้เวลาอยู่พอสมควรค่ะ แต่ถ้าคนเลี้ยงสามารถฝึกนกแก้วของคุณให้พูดได้ จะะช่วยให้คุณพัฒนาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง สนุกอละไม่เหงาอีกด้วยค่ะ วันนี้เรามีขั้นตอนในการฝึกนกแก้วให้พูดได้มาฝากค่ะ

นกแก้วหรือที่รู้จักกันว่านกหงส์หยกนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมเพราะมันดูแลง่ายและเป็นนกที่อยากรู้อยากเห็นและฉลาด หากคุณอยากตีสนิทกับนกแก้วและทำให้มันมีความสุข คุณก็สามารถสอนให้มันพูดได้ นกแก้วเป็นสัตว์ที่ชอบล้อเลียนซึ่งชอบพูดภาษาของกลุ่มที่มันอยู่ด้วย ไม่ว่าภาษานั้นจะเป็นภาษาของนกหรือมนุษย์ก็ตาม การมีนกเพียงไม่กี่ตัวจะไม่จำกัดความสามารถของคุณในการฝึกพวกมันให้พูด แต่การมีนกหลายตัวเกินไปก็อาจจะขัดขวางขั้นตอนการฝึกของคุณได้

WM
ขอบคุณภาพจาก : https://pixabay.com/th/users/ricke76-8076288/

การเตรียมนกแก้วให้พูด
1.เลี้ยงนกแก้วในจำนวนที่จำกัด
นกแก้วสามารถพัฒนาการออกเสียงด้วยการคุยกับนกตัวอื่นๆ ฉะนั้นการมีนกในจำนวนที่จำกัดสามารถช่วยให้ทั้งสองฝ่ายพัฒนาการเปล่งเสียงได้อย่างหลากหลาย อย่างไรก็ตาม การมีนกหลายตัวจะทำให้นกจดจ่อกับการคุยกันเองมากเกินไปจนมันลืมสื่อสารกับคุณ
การมีนกเพียงไม่กี่ตัวจะไม่จำกัดความสามารถของคุณในการฝึกพวกมันให้พูด แต่การมีนกหลายตัวเกินไปก็อาจจะขัดขวางขั้นตอนการฝึกของคุณได้
หากคุณมีนกแก้วเพียงตัวเดียว ลองหลอกให้มันคิดว่ามันมีเพื่อนโดยการวางกระจกไว้ในกรง วิธีนี้จะช่วยให้มันพัฒนาและฝึกฝนการร้อง อย่างไรก็ตาม คุณควรเอากระจกออกจากกรงก่อนการสอนให้มันพูดเพื่อที่นกจะได้สนใจคุณ

2.ทำให้นกแก้วคุ้นเคยกับคุณ
สร้างความเป็นมิตรกับนกด้วยการใช้เวลากับมัน พูดกับมันและทำให้บ้านน่าอยู่และสบายๆ ตลอดเวลา จริงๆ แล้วคุณควรปฏิบัติต่อนกแก้วเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเพราะมันเป็นแบบนั้น
เป้าหมายควรจะเป็นการสร้างความไว้ใจระหว่างคุณกับนกแก้ว อย่าบังคับให้นกมีปฏิสัมพันธ์กับคุณถ้ามันไม่อยาก ถ้านกกลัวหรือเมินคุณ มันก็เป็นเพียงสัญญาณว่าอาจจะไม่ใช่เวลาที่ถูกต้องหรือคุณเคลื่อนไหวเร็วเกินไป ไม่ได้แปลว่านกจะไม่เข้าหาคุณอีกเลย

WM
ขอบคุณภาพจาก : https://pixabay.com/th/users/angietoh-2481562/

การฝึกนกแก้วให้พูด
1.พูดหนึ่งคำกับนกซ้ำไปซ้ำมา
พูดชัดๆ ช้าๆ และสอนมันทีละคำ นกของคุณอาจจะพูดตามไม่ได้ในทันทีแต่ลองฝึกมันบ่อยๆ
– จำไว้ว่านกแก้วออกเสียง ด ต ก ป หรือ บ ได้ดีที่สุด ฉะนั้นการพูดประโยค “เฮ้ ฮาว อาร์ ยู” อาจจะยากเกินไปสำหรับมัน
– หากคุณไม่รู้ว่าจะสอนคำไหนก่อนก็ลองสอนชื่อของมัน มันอาจเคยได้ยินคำนี้มาก่อน ฉะนั้นมันก็อาจจะคุ้นกับเสียงนี้แล้วก็ได้

2.ให้รางวัลนกแก้วหากมันพูดคำที่คุณสอนได้
วิธีนี้จะกระตุ้นพฤติกรรมของมันและยังช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับนกด้วย นกแก้วชอบพวงข้าวฟ่าง เซเลอรี่กับแครอทก็เป็นขนมที่ดีและมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของนกด้วย

3.พูดกับนกสองสามนาทีต่อครั้ง
อย่างไรก็ตาม อย่าฝึกมันนานเกินไปในรวดเดียว คุณควรฝึกมันประมาณครึ่งชั่วโมงต่อวัน หากคุณฝึกมันนานเกินไป นกก็จะเบื่อและไม่อยากเรียน

4.อย่าให้นกเสียสมาธิระหว่างการฝึก
ทำให้นกตั้งใจฝึกด้วยการเอาผ้าคลุมกรงไว้สามด้าน ยืนหน้ากรงเมื่อคุยกับนกเพื่อมันจะได้รู้ว่าคุณคือคนที่คุยกับมันอยู่

5.ทำให้การฝึกไม่วอกแวก
อย่าเริ่มสอนคำที่สองหากนกยังพูดคำแรกไม่ได้อย่างน้อยสามครั้งติดกัน การทำให้แน่ใจว่านกรู้จักคำแรกดีแล้วก่อนที่จะสอนคำที่สองจะทำให้มันพูดตามได้ในภายหลัง

WM
ขอบคุณภาพจาก : https://pixabay.com/th/users/angietoh-2481562/

6.ใจเย็น ๆ
อย่าพยายามบังคับให้นกพูด นกแก้วส่วนใหญ่ไม่เคยเรียนที่จะพูดแต่มันน่าสนุกที่ได้ลอง!

7.สอนคำหรือประโยคที่ยากมากขึ้น
เมื่อนกแก้วพูดคำสองสามคำได้อย่างคล่องแคล่วแล้วคุณก็สามารถสอนประโยคเต็มได้ ย้ำประโยคเหล่านั้นเมื่อนกสงบและยินดีที่จะฟังคุณเช่นเดียวกับการสอนคำต่างๆ นกจะจดจ่อที่คุณหากคุณอยู่ในห้องนั้นคนเดียว คนอื่นๆ อาจทำให้นกตกใจได้

8.สอนให้นกเรียกชื่อหรือสีของสิ่งของ
เมื่อคุณพูดคำใด ๆ ก็ให้ถือของชิ้นนั้นไว้ คุณจะสามารถถือของชิ้นหนึ่งและนกจะพูดคำที่คุณสอนได้หากได้ฝึกมากพอ มันเพียงแค่จะเปล่งเสียงที่คุณสอนมันซ้ำไปซ้ำมา แต่มันจะฟังดูเหมือนว่ามันพูดชื่อสิ่งของนั้นออกมาจริงๆ

ทั้ง 8 วิธีในการฝึกนกแก้วให้พูดได้ที่ DooDiDo นำมาฝากนี้ เป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และให้คนเลี้ยงได้คุ้นเคยกับนกแก้วของคุณค่ะ สิ่งสำคัญในการสอนนกแก้วให้พูดได้นั้น ต้องดูที่อายุของนกด้วยนะคะว่านกอายุเท่าใด ถ้านกอายุมากไปเกิน 1 ปีจะสอนให้พูด ให้จำยากค่ะ ดังนั้นนกที่เหมาะจะสอนพูด ควรเป็นนที่มีอายุไม่เกิน 1 ปีค่ะ
ขอบคุณแหล่งที่มา : https://th.wikihow.com