5 สัญญาณเตือนสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ว่ากำลังผิดปกติ!!

WM

อย่าละเลย 5 สัญญาณเตือน! ที่บอกว่าช่องคลอดของคุณกำลังผิดปกติ

วันนี้พวกเรามาพร้อมกับข้อมูลและสาระดีเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของคุณแม่นะคะ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการตั้งครรภ์นั้นร่างกายของเรานั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพราะเกิดการปรับเปลี่ยนฮอร์โมนในร่างกาย และในส่วนที่สำคัญในการตั้งครรภ์ของผู้หญิงคือช่องคลอด เพราะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของทารกนั้นเอง  ดังนั้น วันนี้พวกเราจึงมาพร้อมกับ 5 สัญญาเตือนที่กำลังบอกว่าช่องคลอดของคุณกำลังทำงานผิดปกตติค่ะ เตือนภัยในเรื่องของการตกขาว อาการคัน รอยแผล เลือดออกผิดปกติ หรือแม้แต่เรื่องของกลิ่นผิดปกติที่บริเวณช่องคลอด มาพร้อมกับวิธีการดูแลรักษา อย่ารอช้าที่จะพบกับสาระๆสำหรับแม่ๆทุกท่าน สามารถติดตามอ่านต่อได้ในบทความนี้เลยค่ะ

ช่องคลอด คือ อวัยวะสำคัญที่ผู้หญิงควรใส่ใจและดูแลมากเป็นพิเศษ เพราะความผิดปกติเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้น อาจทำให้ผู้หญิงเราสูญเสียความมั่นใจหรืออาจทำให้เกิดโรคตามมาได้ โดย พญ.ธาริณี ลำลึก สูตินารีแพทย์ ประจำศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 2 มีคำแนะนำดีๆ ให้ผู้หญิงทุกคนได้รู้จักวิธีการสังเกตความผิดปกติของช่องคลอดและรู้จักวิธีดูแลตัวเองเพื่อให้ห่างไกลโรค

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@anastasiiachepinska

สัญญาณเตือน..จาก “ตกขาว”
โดยปกติฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิงจะผลิตตกขาวอยู่แล้ว โดยแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ ตกขาวปกติและตกขาวที่เป็นโรค ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของช่องคลอดอักเสบ เชื้อรา หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย

  • ตกขาวปกติ : จะมีสีใสๆ หรือสีขาว ซึ่งจะมีในช่วงก่อนหรือหลังมีประจำเดือน และมีในปริมาณที่ไม่มาก
  • ตกขาวที่เป็นโรค : จะมีสีเขียว สีเหลือง เป็นฟอง ปนเลือด และมีปริมาณมากขึ้น มีกลิ่นคาว กลิ่นเค็ม กลิ่นเปรี้ยว หรือกลิ่นอับ มีลักษณะจับกันเป็นก้อน ข้น เป็นเมือกคล้ายๆ หนอง และมีอาการอื่นๆ ร่วม เช่น ปวดท้องน้อย มีไข้ ฯลฯ

สัญญาณเตือน..จาก “อาการคัน”
อาการคันบริเวณช่องคลอดแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ คันภายในช่องคลอด และภายนอกช่องคลอด

  • อาการคันภายใน : ต้องสังเกตว่ามีตกขาวร่วมด้วยไหม หรือคันหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์หรือเปล่า และมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ด้านในไหม
  • อาการคันภายนอก : ต้องสังเกตว่ามีผื่นคันอยู่ภายนอกไหม อาจเกิดจากความอับชื้น อาการเชื้อราที่ขาหนีบ หรือเป็นผลมาจากการเปลี่ยนของใช้ เปลี่ยนน้ำยาซักผ้า น้ำยาหรือสบู่ซักกางเกงใน ซึ่งสามารถทำให้แพ้ได้

สัญญาณเตือน..จาก “รอยแผลหรือรอยโรคบริเวณช่องคลอด”
การตรวจรอยแผลและรอยโรคบริเวณช่องคลอด แพทย์จะต้องตรวจดูว่าเจ็บหรือเปล่า มีแผลเดียวหรือมีหลายแผล มีลักษณะอย่างไร นูนขึ้นมาแล้วเป็นขุย หรือนูนอย่างเดียว คนไข้สามารถสังเกตตัวเองได้ด้วยการใช้กระจกส่อง โดยหากเป็นรอยโรค แพทย์จะต้องทราบประวัติว่าเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อนหรือไม่ มีประวัติการกระแทก การเสียดสี

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@ashtonmullins

สัญญาณเตือน..จาก “เลือดออกผิดปกติ”
ต้องสังเกตตัวเองว่าเลือดออกมากแค่ไหน และลักษณะการออกของเลือดยาวต่อเนื่องไหม หรือออกกระปริบกระปรอย สังเกตว่าสีของเลือดเป็นอย่างไร สีแดงสด แดงจาง หรือสีน้ำตาล และสัมพันธ์กับประจำเดือนไหม เช่น บางทีมีกระปริบกระปรอยระหว่างรอบเดือน ทั้งนี้อาจจะต้องตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วย

การสังเกต.. เลือดออกผิดปกติ vs เลือดประจำเดือน
เลือดประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอ บางคนจะมาเป็นช่วงๆ มีระยะเวลาตั้งแต่ครึ่งวันถึงนานที่สุดประมาณ 8 วัน เมื่อมาแล้วจะหยุดไป แล้วจะเว้นช่วงรอบเดือนไปอีก 21-45 วัน ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน หรือในกรณีที่หมดประจำเดือนไปแล้ว ให้ระวังและต้องรีบมาตรวจ เพราะว่าเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง, ปากมดลูกอักเสบ หรือการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติได้ หรือการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ อาจจะเป็นอาการของปากมดลูกอักเสบ ช่องคลอดอักเสบ หรือเป็นมะเร็งก็เป็นได้

สัญญาณเตือน..จาก “ช่องคลอดมีกลิ่น”
เราจะต้องรู้จักสังเกตตัวเองว่า ช่องคลอดของเรามีกลิ่นแบบไหน โดยหลักๆ แล้วจะมีอยู่ 3 กลิ่นที่พบได้บ่อยคือ กลิ่นคาว เหม็นเปรี้ยว กลิ่นอับ โดย ‘กลิ่น’ มักจะเกิดจากการที่ช่องคลอดเสียสมดุล เพราะมีการสวนล้างช่องคลอดมากเกินไป หรือเกิดจากการมีตกขาว มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ข้างใน และอาจเกิดจากมะเร็งก็เป็นได้

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@freestocks

วิธีการดูแลตัวเอง

  1. ใช้น้ำเปล่าล้างทำความสะอาดทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ
  2. ล้างเฉพาะภายนอกเท่านั้น ไม่ควรสวนล้างเข้าไปข้างใน และควรล้างจากด้านหน้าไปด้านหลัง
  3. หลังจากล้างน้ำแล้ว ควรซับให้แห้ง ซับจากด้านหน้าไปด้านหลัง ไม่ควรวกกลับมาด้านหน้าอีก
  4. ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไปเพราะจะทำให้เกิดการอับชื้น เช่น ใส่กางเกงในที่ตัวเล็กมากหรือผ้าหนา และไม่ควรใส่ชั้น เช่น ใส่กางเกงในแล้วทับด้วยกางเกงกระชับสัดส่วน ถุงน่อง กางเกงกันโป๊ เพราะความอบอ้าวจะทำให้เกิดตกขาว ควรใส่ชั้นในที่สบายตัวและทำให้อากาศถ่ายเทมากที่สุด
  5. อย่าปล่อยให้เป้ากางเกงในเปียก พยายามซับให้แห้งทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ
  6. เมื่อเป็นประจำเดือนให้เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ และล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ
  7. การดูแลขน หากไม่จำเป็นอย่าโกนหรือแว็กซ์ขนออก เนื้อจากจะทำให้ผิวบางและแพ้น้ำยาแว็กซ์ได้ สามารถดูแลได้ง่ายขึ้นด้วยการเล็มเพื่อลดการอับชื้น
  8. ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันผู้อื่น และซักทำความสะอาดผ้าเช็ดตัวเป็นประจำ
  9. ทำความสะอาดฝารองนั่งชักโครกทุกครั้งก่อนใช้ห้องน้ำ
  10. ไม่ควรเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ เพราะจะทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

นอกจากจะการดูแลเบื้องต้นแล้ว การตรวจภายในและตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ห่างไกลจากโรคร้ายได้เช่นกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อนๆ ก็จบกันไปแล้วกับหัวข้อสำหรับคุณแม่ทุกท่าน หลังจากที่ได้อ่านสัญญาณเตือนสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ว่ากำลังผิดปกติ ไปกันบ้างแล้ว DooDiDo หวังว่าเหล่าคุณแม่มือใหม่หรือคุฯแม่ที่พบกับความผิดปกติของช่องคลอดจะได้รับองค์ความรู้ไม่มากก็น้อยจากบทความนี้นะคะ การดูแลรักษาส่วนนั้นของร่างกายจะช่วยให้ช่องคลอดของเรานั้นสะอาด และไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคที่อาจจะส่งผลเสี่ยงต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ด้วย  พวกเราหวังว่าทุกท่านจะนั้นเอาความรู้ในบทความนี้ไปปรับใช้กันนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.phyathai.com