12 วิธีนวด ที่จะช่วยบรรเทาอาการท้องผูกให้กับลูกน้อยได้ดี!!

WM

คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตุอาการหรือความผิดปกติในการขับถ่ายของลูก

อีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่มักเกิดกับลุกน้อยที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจคือ การขับถ่ายของลูกนั่นเองค่ะ เด็กบางคนขับถ่ายยาก และเกิดอาการท้องผูกอยู่บ่อยๆ ซึ่งอาการท้องผูกในเด็กนั้นเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของนมและอาหารที่ลูกทานเข้าไป รวมถึงอาการเจ็บป่วยของลูกที่ส่งผลทำให้ลูกน้อยมีอาการท้องผูก

ลูกท้องผูก เป็นปัญหาสุขภาพที่เด็กทารกมักเป็น คุณพ่อคุณแม่ควรเอาใจใส่ให้เป็นพิเศษ เนื่องจากอาการท้องผูกจะไม่เหมือนกับอาการทั่วไปที่ทารกจะแสดงอาการออกมาเพื่อส่งสัญญาณให้พ่อแม่ได้รู้ โดยปกติแล้วเด็กทารกเมื่อเข้าสู่วัย 6 เดือน เด็กจะขับถ่ายวันละ 1-2 ครั้ง หรือสัปดาห์ละ 5-28 ครั้ง แต่ทั้งนี้เด็กอาจจะไม่ได้ถ่ายทุกวัน ซึ่งแสดงว่าหากลูกไม่ถ่าย ก็ไม่ถือว่าเด็กมีอาการท้องผูก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หากมีความสงสัยว่าลูกท้องผูก ต้องสังเกตุอาการอื่นร่วมด้วย

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/serenestarts-2027780/

คุณพ่อคุณแม่มักมีความกังวลเมื่อลูกท้องผูก และคิดว่าต้องพาไปหาหมอเท่านั้น ซึ่งหากลูกอาการไม่หนักก็ไม่จำเป็นที่คุณมีวิธีในการแก้ลูกท้องผูกได้ ซึ่งในครั้งนี้จะขอแนะนำ 1 วิธี คือวิธีการนวดท้องลูกแก้ท้องผูกได้ แต่ก่อนจะเข้าเรื่องเรามาทราบก่อนว่าอาการและสาเหตุอาการท้องผูกของลูกเกิดจากอะไร

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/yalehealth-5686750/

อาการลูกท้องผูก
โดยปกติทั่วไป เด็กแต่ละคนจะมีความถี่ในการถ่ายแตกต่างกันออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับอาหารการกิน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นในการสังเกตุอาการหรือความผิดปกติในการขับถ่าย ซึ่งอาการที่จะแสดงว่าลูกท้องผูกมี ดังนี้
– มีการขับถ่ายน้อย ซึ่งในแต่ละวันลูกจะขับถ่ายในจำนวนที่ไม่แน่นอน ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงที่ลูกอยู่ในระหว่างการสลับเปลี่ยนการกินนมมากินอาหารอื่น อยู่ในช่วงที่กระเพาะอาหารของลูกอยู่ในระหว่างการปรับตัว แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่สังเกตุว่าลูกไม่ยอมขับถ่ายติดต่อกันเป็นเวลานาน 2-3 วัน ให้คุณแม่คิดไว้เลยว่าลูกอาจจะท้องผูกได้
– ลูกต้องใช้แรงเบ่งอุจจาระ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตุเห็นลูกต้องออกแรงเบ่งอุจจาระมากกว่าปกติ หรือมีความงอแงทุกครั้งเมื่อต้องขับถ่าย หากเป็นลักษณะนี้ ลูกอาจเป็นท้องผูกได้
– อุจจาระของลูกมีเลือดปน หากอุจจาระของลูกมีเลือดปนที่เกิดจากท้องผูก เนื่องจากผนังทวารหนักฉีกขาดที่มามากออกแรงเบ่งอุจจาระ
– ลูกไม่ยอมกินอาหาร หากลูกท้องผูก ลูกจะไม่ยอมกินอาหาร เนื่องจากลูกมีอาการไม่สบายท้องและอึดอัดที่เหตุมาจากไม่ได้ขับของเสีย
– ลูกท้องแข็ง ท้องของลูกจะมีลักษณะตึง แน่น หรือแช็ง ซึ่งจะเป็นอาการท้องอืดร่วมด้วย

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/silviarita-3142410/

วิธีนวดท้องลูกแก้ท้องผูก
คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงยังไม่ทราบว่าวิธีการแก้ปัญหาโรคท้องผูกสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึงหมอเพียงอย่างเดียว (หากอาการไม่รุนแรง) คือ การนวดท้องของลูกให้ลดอาการจุกเสียดและท้องผูกได้ โดยมีวิธีการนวดที่ถูกต้อง ต่อไปนี้
1. จับลูกนอนหงายในลักษณะนำลำตัวเข้าหา และนำเบบี้อาย น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันงา ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากธรรมชาติและเหมาะสมสำหรับผิวเด็กด้วย จากนั้นเทใส่มือ ถูเบาๆที่ฝ่ามือก่อนนวด
2. ใช้ปลายนิ้วนวดบริเวณศีรษะของลูกเบาเพื่อดูว่าลูกจะส่งสัญญาณการงอแงหรือไม่
3. เทผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้ขยีบนฝามือเบาก่อนการนวด
4. วางมือของคุณแม่ลงบนหน้าท้องของลูก และถูลงมาในลักษณะเป็นเส้นตรง จากหน้าท้องไปยังขาหนีบ
5. จากนั้นใช้ปลายนิ้วโป้งทั้ง 2 ข้างจรดชนกัน จากนั้นลางออกทั้ง 2 ข้าง ทำซ้ำอย่างเบามือ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/3217138-3217138/

6. นวดในลักษณะใช้ฝ่ามือลงวนในทิศทาง 7 นาฬิกาไปถึง 5 นาฟิกา
7. นวดในลักษณะเป็นรูปพระจันทร์เสี่ยว
8. นวดในลักษณะใช้ 2 มือสลับกัน โดยมือข้างซ้ายนวดตรงบริเวณ กึ่งกลางหน้าท้องไปยังขาหนีบ ส่วนมือขวานวดจากขาหนีบด้านซ้ายวนไปถึงขาหนีบด้านขวา ทำสลับ 2 มือ
9. เมื่อนวดหน้าท้องเสร็จแล้วให้ใช้มือน้ำข้อเท้าลูกทั้ง 2 ข้าง และยกขึ้นลงเบา เพื่อผ่อนคลายท้องของลูก
10. จากนั้นยกข้อเท้าลูกทั้ง 2 ข้างและดันขาไปลูกไปยังหน้าท้องในลักษณะงอเข่าเพื่อเป็นการผ่อนคลายท้องของลูก
11. ทำซ้ำทั้งหมด 3 ครั้ง
12. สุดท้ายให้วางฝามือไว้หน้าท้องลูกทั้ง 2 ข้างวางไว้เฉยๆ สักครู่ และปิดท้ายด้วยการอุ้มขึ้นมากอด เป็นอันเสร็จสื้น

คุณพ่อคุณแม่เลิกกังวลใจไปได้เลยนะคะ DooDiDo เมื่อลูกมีอาการท้องผูกอย่าลืมนำวิธีนวดท้องลูกน้อยตามที่ ได้นำมาฝากกันนะคะ รับรองว่าลูกน้อยของคุณจะขับถ่ายได้สะดวกอย่างแน่นอนค่ะ เพราะการขับถ่ายเป็นเรื่องที่สำคัญ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลยนะคะ เพราะหากลูกท้องผูกบ่อยๆ อาจทำให้ลูกเกิดปัญหาสุขภาพตามาได้ค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.thaichildcare.com