ไขข้อสงสัย!! การทานหวานจะช่วยบรรเทาความเครียดได้หรือไม่

WM

ของหวานแก้เครียดได้จริงไหม? เคลียร์ชัดทุกข้อสงสัยของการกินหวานแค่เครียด

ในบางวันหลายคนอาจจะมีสภาวะความเครียดจากเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวกันบ้าง และหลายๆ ครั้งเราก็มักจะหาวิธีคลายความเครียดด้วยการทานของหวานแก้เครียด เพื่อนๆ หลายท่านคงเจอกับภาวะของความเครียดระหว่างการเรียน หรือ การทำงาน เลยมักที่จะออกไปหาของหวานที่ติดอยู่ในตู้เย็นกินกันใช่มั้ยค่ะ เราก็เป็นค่ะ ของหวานเท่านั้นที่บรรเทาความเครียดได้ฉบับเร่งด่วน แต่ถึงอย่างนั้น ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่กินของหวานจนมากเกินไป ก็สามารถที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ด้วยนะคะ การรับประทานของหวานเพื่อแก้เครียดไม่ใช่ทางเลือกที่ผิด เพียงแต่ต้องบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม เรามีวิธีแก้เครียดที่ดีต่อสุขภาพทั้ง ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต  มาลองอ่านสาระดีๆที่เรานำมาฝากได้เลยค่ะ

บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินว่า “เครียดจัง หาอะไรหวาน ๆ กินแก้เครียดดีกว่า” จากที่สังเกตคนรอบตัวรวมถึงประสบการณ์ของตัวเองก็พบว่า พอกินของหวานเข้าไปแล้วก็รู้สึกดีขึ้นจริง จากที่เคยอารมณ์ไม่ดีหรือหนักใจกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้าก็รู้สึกผ่อนคลายและเบาใจขึ้น

ความจริงแล้วของหวานช่วยให้ความเครียดหายไปได้จริงหรือ?

เรื่องจริงที่หลายคนรู้ คือ อารมณ์ส่งผลต่อปฏิกิริยาในร่างกาย เมื่อรู้สึกเครียด หงุดหงิด หรืออารมณ์ไม่ดี ร่างกายจะหลั่งสารคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดออกมา ยิ่งหลั่งฮอรโมนตัวนี้ออกมามากเท่าไร แสดงว่าเราเครียดมากเท่านั้น ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการการนอนไม่หลับ วิตกกังวล รวมถึงอยากอาหารมากกว่าปกติอีกด้วย

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@elashv

‘กินแก้เครียด’ ไม่ใช่นิสัย แต่เป็นคำสั่งจากสมอง

หลายคนอาจคิดว่า การกินแก้เครียดเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลที่พยายามหาวิธีดับความหัวร้อนในใจเท่านั้น ความจริงแล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสมองโดยตรง อย่างที่บอกไปว่า เมื่อรู้สึกเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ทำให้สมองอยู่เฉยไม่ได้ จึงสั่งการให้ร่างกายหาวิธีจัดการความเครียดให้หมดไปโดยเร็วที่สุด ซึ่งการกินอาหารตามอารมณ์ (Emotional Eating) เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อบรรเทาความรู้สึกห่อเหี่ยวทางใจให้ดีขึ้นแบบทันทีทันใด เมื่อกินอาหารเข้าไป ร่างกายจะหลั่งสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ช่วยให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย ลองสังเกตตัวเองหรือตัวรอบข้างดูว่า เวลาที่เครียดแล้วกิน เราหรือเขาจะเริ่มรู้สึกสงบขึ้น แล้วความเครียดก็ค่อย ๆ หายไปขณะที่กินในที่สุด

ทำไมเครียดแล้วถึงอยากกินของหวาน

เพราะของหวานหรือเมนูที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมปัง โดนัท เค้ก ไฮศกรีม บิงซู ชานมไข่มุก ฯลฯ เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายที่ไปกระตุ้นการหลั่งสารเซโรโทนิน เมื่อรู้สึกเครียดปุ๊บ สมองจะสั่งการให้อยากกินอาหารพวกนี้ และร่างกายจะตอบสนองทันทีด้วยกินเข้าไปอย่างรวดเร็วนั่นเอง เมื่อร่างกายย่อยอาหารจำพวกนี้เร็วเท่าไร เราก็จะหายเครียดเร็วเท่านั้น

แม้ของหวานจะช่วยไล่อารมณ์ขุ่นมัวในใจได้ แต่ก็แค่ในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ เราจะติดพฤติกรรมการกินของหวานแก้เครียดจนเป็นนิสัย ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ อาจเสี่ยงมีภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง หากมีอาการกินในปริมาณมากกว่าปกติทั้งที่ไม่หิว หรือไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการกินของตัวเองได้ อาจส่งผลให้เป็น โรคกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder : BED) ซึ่งอันตรายต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาวมากทีเดียว

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@naaatsnaps

ไม่อยาก ‘กินของหวานแก้เครียด’ จนติดเป็นนิสัย ทำยังไงดี?

เราไม่ได้บอกว่า เมื่อเครียดแล้วห้ามกินของหวาน เพราะของหวานมีส่วนผสมของน้ำตาลซึ่งเป็นพลังงานที่จำเป็นต่อร่างกาย และรสหวานยังช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น สดใส และมีความสุขได้อยู่ แต่ขอแนะนำว่าควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป อ่านฉลากก่อนกินว่าอาหารชนิดนี้มีน้ำตาลเท่าไร หรือพยายามเลือกของหวานที่มีส่วนผสมของสารให้หวานที่มาจากธรรมชาติแทน เช่น หญ้าหวาน หล่อฮังก๊วย น้ำตาลดอกมะพร้าว เป็นต้น

นอกจากการลดปริมาณของหวานแล้ว เรามีคำแนะนำดี ๆ ด้านการจัดการความเครียดมาฝาก ดังนี้

  1. หาสาเหตุของความเครียดให้เจอ

เพราะการกินของหวานเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แม้จะหายเครียดได้ชั่วคราว แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไป ทางที่ดีเราควรไตร่ตรองให้ดีว่าปัญหาที่เราเจอนั้นเกิดจากอะไร และเราจะแก้ยังไงได้บ้างน่าจะดีกว่า

  1. จดบันทึกอารมณ์ตัวเอง

การเขียนมันออกมานับเป็นการระบายอารณ์ที่ดีอย่างหนึ่ง นอกจากเราจะได้เช็กความรู้สึกของตัวเองในแต่ละวันแล้ว ระหว่างที่จดบันทึก เราจะได้ทบทวนตัวเอง ขณะเดียวกับที่ความเครียดก็เริ่มลดลง เมื่อจดเสร็จเราอาจจะรู้สึกดีขึ้นจนแทบไม่เครียดเลยก็ได้

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@brucemars
  1. ออกกำลังกายเป็นประจำ

เพราะการออกกำลังกายส่งผลดีต่อร่ายกายและจิตใจอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงแล้ว การออกกำลังกายยังทำให้สมองเราเลิกจดจ่อกับความเครียด แล้วหันมาโฟกัสที่การออกกำลังกายตรงหน้าแทน เมื่อออกกำลังกายเสร็จ เราก็เห็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่สงบขึ้น ผ่อนคลายขึ้น และอารมณ์ดีขึ้น

  1. ทำงานอดิเรกที่เราสนใจ

หยุดคิดเรื่องที่ทำให้เครียดแล้วหาเวลาไปทำงานอดิเรกที่เราสนใจดูสักครั้ง อาจแบ่งเวลาว่างในวันหยุดหรือหลังเลิกงาน ซึ่งงานอดิเรกจะเป็นอะไรก็ได้ที่นอกเหนือจากงานหลักของเรา เพื่อให้สมองได้พักบ้าง แล้วเราจะพบว่า ความสุขก็อยู่รอบตัวเรานี่แหละ

เพราะความเครียดเกิดขึ้นได้ทุกวัน และของหวานไม่ใช่ยาวิเศษที่ช่วยให้เราหายเครียดที่ต้นเหตุ ทางที่ดีเราควรรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง และหาวิธีจัดการความเครียดที่เหมาะสม ให้การกินของหวานแก้เครียดเป็นเพียงทางเลือกที่มีเป็นบางครั้งได้ แต่ต้องไม่เบาใจจนกลายเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานเด็ดขาด

จบไปแล้วนะคะ ข้อมูลข้างต้นที่เรา DooDiDo นำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันเป็นประโยชน์อย่างมากเลยใช่มั้ยละค่ะ ไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับสุขภาพที่เราทุกคนต้องพบเจอในชีวิตประจำวันอย่างเลี่ยงไม่ได้นั้นคือความเครียดค่ะ ความเครียดทำให้เรารู้สึกว่าร่างกายของเราเกิดอาการวิตกกังวลซึ่งเป็นการส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเราอย่างมากเนละค่ะ อย่างไรก็ตาม การรับประทานของหวานสามารถที่จะเป็นทางเลือกที่จะทำให้เราหายเครียดได้ในช่วงสั้นๆ แต่ผลของการกินแก้เครียดนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ที่ทำร้ายสุขภาพร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงอยากให้เพื่อนๆลองหาวิธีอื่นในการลดความเครียด ลองเอาวิธีที่เรานำเสนอไปปรับใช้ดูนะคะ ถือเป็นการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์รักสุขภาพอีกทางหนึ่งได้ด้วยนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://dmthai.org