โรคแพ้ถั่วปากอ้า หรือ G6PD ที่คุณแม่ควรต้องระวังเป็นอย่างมาก!!

WM

G6PD เป็นโรคที่เด็กจะมีโอกาสเป็นได้จากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมผิดปกนี้จากแม่สู่ลูกได้

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงจะได้ยินชื่อโรคที่เรียก G6PD หรือ โรคแพ้ถั่วปากอ้า เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กค่ะ ซึ่งโรคนี้เกิดจากภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง เป็นโรคที่มีการถ่ายทอดจากพันธุกรรมค่ะ เราเลยขอพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับโรคแพ้ถั่วปากอ้า รวมถึงการดูแลเมื่อลูกเป็นโรคนี้กันด้วยค่ะ อย่ามัวรอช้าตามมาดูกันได้เลยค่ะ

คุณพ่อคุณแม่เคยได้ยิน “โรคแพ้ถั่วปากอ้า G6PD” กันบ้างไหมคะ แล้วรู้ไหมคะว่าโรคนี้เด็กแรกเกิดส่วนมากจะเป็นโรคนี้กันได้ด้วย ซึ่งวันนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไปทำความรู้จักกับโรคนี้กัน บอกเลยว่าไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ เพียงแต่ต้องดูแลเด็กๆ ให้ดีเท่านั้นเองค่ะทำความรู้จักโรคนี้กัน โรคแพ้ถั่วปากอ้า G6PD หรือโรคพร่องเอนไซม์ G6PD เป็นโรคที่เด็กจะมีโอกาสเป็นได้จากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมผิดปกนี้จากแม่สู่ลูกได้

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/niebieskibanan-4556865/

โดยมากจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่งถ้าร่างกายขาดเอนไซม์ G6PD ก็จะทำให้เอนไซม์มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น อาหาร ยาบางชนิด และถั่วปากอ้า เจ้าพวกนี้จะเข้าไปทำลายระบบต่างๆ ภายในเซลล์ของร่างกาย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงสลายตัวจนเกิดภาวะโลหิตจางตามมาได้นั่นเองค่ะ

รู้ได้ยังไงว่าลูกเป็นโรคนี้
– ในเด็กทารก : จะเป็นโรคนี้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิด จะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองตั้งแต่แรกเกิด และมีอาการดีซ่านที่นานผิดปกติ ซึ่งมักเกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
– ในเด็กโต : จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลย จนกว่าร่างกายจะได้รรับยาหรืออาหารบางชนิดไปกระตุ้นโรค เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย ผิวหนังซีด ตาเหลือง หัวใจเต้นเร็ว หากไม่รักษาอาจจะนำไปสู่ภาวะไตวายและเสียชีวิตได้นั่นเองค่ะ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/victoria_borodinova-6314823/

อาการของโรค
อาการมักจะเกิดขึ้นทันทีหลังเป็นโรคติดเชื้อ หรือหลังได้รับยาที่แสลง หรือหลังจากที่กินถั่วปากอ้า มีอาการเป็นๆ หายๆ ได้บ่อย ซึ่งอาการมีดังนี้
– มีไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลีย
– ปัสสาวะสีดำคล้ายโคล่า อุจจาระซีดลง
– ทารกแรกเกิดจะตัวเหลือง ตาเหลือง หลังคลอดเพียงไม่กี่วัน
– อาการเหลืองจัด หรือมากกว่าผิดปกติ หรือมีภาวะซีดร่วมด้วย

ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้น
– โรคติดต่อ : ที่เกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือรา เช่น โรคไวรัสตับอักเสบเอ โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคปอดอักเสบ โรคไข้ไทฟอยด์ เป็นต้น นอกจากนี้การติดเชื้อบางอย่าง เช่น ไข้หวัด หรือหลอดลมอักเสบ ก็อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้
– อาหารบางชนิด : เช่น ถั่วบางชนิด โดยเฉพาะถั่วปากอ้า บลูเบอร์รี่ รวมทั้งสารอาหารหรือสารปรุงแต่งอื่น ๆ ที่เติมลงไปในอาหาร เช่น ในขนมขบเคี้ยว อาหารหรือน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง ไส้กรอก เป็นต้น
– ยาบางชนิดที่กระตุ้นให้เกิดภาวะเครียดจากออกซิเดชัน
– สารเคมีบางอย่างเช่น การบูร ลูกเหม็น เมนทอลที่พบในขนมลูกอม และยาสีฟัน เป็นต้น

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/andreinanacca-6003694/

เมื่อลูกเป็น จะต้องทำยังไง
1.ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
2.รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
3.ออกกำลังหายให้พอดีและเหมาะสม
4.หากมีอาการตัวเหลือง ซีด ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
5.ไม่ควรซื้อยาทานเอง
6.หลีกเลี่ยงอาหารตระกูลถั่ว
7.สอนลูกสังเกตอาการผิดปกติของตัวเอง
8.แจ้งให้โรงเรียนและครูทราบถึงอาการของลูก

ทั้งหมดที่ DooDiDo นำมาฝากนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับโรคแพ้ถั่วปากอ้าหรือ G6PD ที่เราคุ้นหูนั่นเองค่ะ คุณแม่ควรสังเกตอาการของลูกหลังจากที่กินถั่วปากอ้านะคะ หากลูกมีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้น ให้รีบพาลูกไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย และรักษาต่อไปค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.parentsone.com