เมื่อเด็กผู้หญิงมีความเป็นสาวที่เร็วกว่าปกติ พ่อแม่ต้องทำอย่างไร?

WM

พ่อแม่จะทำอย่างไร เมื่อลูกเป็นสาวก่อนวัย

เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่มีลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนในครอบครัว และคุณกำลังเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกสาวทั้งทางด้านร่างกายและอารมณ์ความรู้สึกใช่หรือไม่คะ จะเห็นว่าลูกสาวของคุณเนี่ยเริ่มมีพัฒนาการของความเป็นสาวที่เร็วกว่าปกติ หรือว่าเริ่มที่จะแสดงพฤติกรรมความเป็นผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งการแต่งกายการดูแลรักษาร่างกาย หรือแม้แต่เรื่องของประจำเดือนที่มาเร็วกว่าปกติ นี่คือสัญญาณว่าลูกของคุณเริ่มเป็นสาวแล้วนะคะ คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะศึกษาข้อมูลในบทความนี้อย่างมากเลยค่ะ ลองมาศึกษาถึงสิ่งที่น่าสนใจเมื่อคุณกำลังคิดว่าลูกผู้หญิงมีความเป็นสาวมากขึ้นค่ะ

นอกจากความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่ ที่เห็นลูกสาวมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายก่อนวัยอันควร เช่น เริ่มมีหน้าอก กลิ่นตัว สิว ขนรักแร้ หรือมีประจำเดือน และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร แนะนำให้พาบุตรหลานไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา เพราะภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยแบบนี้ อาจนำไปสู่ปัญหาอื่น อย่างเรื่องความสูง การเข้าสังคม ซึ่งทำลายความมั่นใจและความปลอดภัยของลูกได้ ดังนั้นจึงควรรับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อรับมือกับปัญหาได้อย่างถูกต้อง

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@itfeelslikefilm

ภาวะเป็นสาวก่อนวัย คืออะไร

โดยปกติ เด็กจะเริ่มเข้าสู่วัยสาวเมื่ออายุ 8-13 ปี แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงของเต้านมก่อนอายุ 8 ปี หรือมีประจำเดือนก่อนอายุ 9 ปี จัดว่าอยู่ในภาวะเป็นสาวก่อนวัย

ภาวะนี้เริ่มต้นจากเต้านมมีการพัฒนา คลำได้เป็นก้อนบริเวณใต้ลานหัวนม อาจรู้สึกเจ็บหรือไม่ก็ได้ หลังจากนั้นเต้านมจะขยายขนาดมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งระยะนี้ใช้เวลา 1-3 ปีก่อนเริ่มมีประจำเดือน

เพราะอะไร ลูกจึงเป็นสาวก่อนวัย

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของภาวะนี้ แต่พบว่ามีปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ดังนี้

    • พันธุกรรม – ครอบครัวมีประวัติเป็นสาวก่อนวัย เช่น แม่มีประจำเดือนเร็ว หรือพ่อเสียงแตกและมีหนวดเร็วกว่าเพื่อน
    • ประวัติในอดีต – เด็กที่มีน้ำหนักแรกคลอดน้อย หรือมีประวัติการชักมาก่อน
    • ภาวะโภชนาการ – เด็กที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือน้ำหนักตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว มีโอกาสเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยเพิ่มขึ้น
    • สิ่งแวดล้อม – การได้รับสารต่างๆ ในชีวิตประจำวัน รวมถึงอาหารที่ปนเปื้อนฮอร์โมนโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็มีส่วนทำให้เด็กเข้าสู่วัยสาวเร็วขึ้นได้
    • พยาธิสภาพ
      • พยาธิสภาพในสมอง เช่น เนื้องอกบริเวณต่อมใต้สมอง หรือเนื้องอกในส่วนอื่นที่กระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมนเพศได้ หรืออาจเกิดจากสมองขาดออกซิเจน ได้รับการฉายรังสีบริเวณสมองมาก่อน
      • พยาธิสภาพที่ต่อมเพศ เช่น เนื้องอกหรือถุงน้ำในรังไข่

วินิจฉัยอย่างไร หากลูกเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย

    • แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียด
    • การตรวจเพิ่มเติมในห้องปฏิบัติการ
      • ตรวจหาอายุกระดูก โดยการเอ็กซเรย์ข้อมือด้านซ้าย โดยเด็กที่มีภาวะเป็นสาวก่อนวัยมักมีอายุกระดูกล้ำหน้ากว่าอายุจริง วิธีนี้แพทย์สามารถประเมินความสูงสุดท้ายเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ได้โดยคร่าว
      • อัลตราซาวด์บริเวณช่องท้องและอุ้งเชิงกราน มีประโยชน์ในการหาเนื้องอกหรือถุงน้ำในรังไข่
      • วัดระดับฮอร์โมนในเลือด โดยเจาะเลือดก่อนและหลังการกระตุ้นด้วย GnRH analog (GnRH stimulation test)
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@morgansessions

เป็นสาวก่อนวัย” ส่งผลกระทบอะไรบ้าง

    • ผลกระทบด้านร่างกาย จากการที่มีฮอร์โมนเพศในปริมาณสูงกว่าปกติ ทำให้ช่วงแรกนั้นเด็กเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด สูงเร็วกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน สูงโตเร็วกว่าปกติ ฮอร์โมนนี้ยังทำให้กระดูกปิดตัวเร็ว หยุดการเจริญเติบโตเร็ว ระยะเวลาในการเจริญเติบโตของวัยเด็กสั้นกว่าปกติ ทำให้เตี้ยเมื่อเป็นผู้ใหญ่
    • ผลกระทบด้านจิตใจและสังคม เมื่อสรีระภายนอกเติบโตและจิตใจยังเป็นเด็ก อาจทำให้เด็กเกิดความกังวลที่ร่างกายตัวเองแตกต่างจากเพื่อนวัยเดียวกัน มีพฤติกรรมแยกตัว อาย ไม่กล้าเข้าสังคม บางคนมีประจำเดือนเร็วก็อาจไม่มีความมั่นใจและมีปัญหาด้านการดูแลความสะอาด รวมถึงปัญหาภัยคุกคามทางเพศและถูกล่อลวงได้ง่าย บางรายมีอารมณ์แปรปรวนและรุนแรงขึ้น
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@kuanish

การรักษา ทำได้อย่างไร

แพทย์จะรักษาตามสาเหตุที่ค้นพบบางรายต้องให้ยาฉีดเพื่อยับยั้งการสร้างฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง ลดการสร้างฮอร์โมนเพศ ชะลอการปิดการเจริญเติบโตของกระดูก ช่วยให้ความสูงในอนาคตใกล้เคียงความสูงที่มากที่สุดตามศักยภาพได้ ทั้งนี้ วิธีการรักษาจะพิจารณาเป็นรายๆ ตามความเหมาะสม

จบกันไปแล้วนะคะกับบทความข้างต้นที่ DooDiDo นำเสนอเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อลูกของคุณเป็นสาวก่อนวัยรุ่นจะเห็นว่าเด็กบางคนก่อนเข้าสู่วัยรุ่นพวกเธอก็จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายพฤติกรรมและก็อารมณ์นะคะจะเห็นว่าพวกเธอเริ่มแสดงความเป็นผู้หญิงเพิ่มมากขึ้นหรือว่าเริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกคุณพ่อคุณแม่เองก็สามารถที่จะสังเกตได้โดยตาเปล่าแต่โดยเฉพาะคุณแม่เนี่ยก็ควรที่จะให้ความสำคัญกับช่วงเวลาดังกล่าวกับลูกสาวของคุณให้มากนะคะเพราะว่าจะเป็นช่วงที่อ่อนไหวของพวกเขาที่พวกเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายอาจจะมาจากพันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่ส่งเสริมให้เขากลายเป็นเด็กที่โตก่อนวัยอันสมควรไม่ควรที่จะดูแลอย่างใกล้ชิดหรืออย่างไรก็ตามอาจจะไปพบแพทย์ผู้เชี่ยววชาญเป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.phyathai.com