เปิดเทอมนี้ต้องเฝ้าระวังโรคอะไรบ้างที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อย!!

WM

หลายโรคที่เด็กๆ ต้องระวัง ในช่วงเปิดเทอม

สำหรับในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เด็กๆ กำลังกลับมาเรียนหนังสือในระบบ on site กันอีกแล้วใช่ไหมคะ เชื่อได้ว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านก็เริ่มจะกังวลเพราะว่าเรื่องของโรคระบาดก็ยังคงมีอยู่  แล้วตอนนี้ก็ยังพบเจอกับโรคระบาดใหม่ๆอีก  ดังนั้นวันนี้เราจึงขอเสนอหัวข้อเปิดเทอมใหม่นี้จึงต้องเฝ้าระวังโรคที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกน้อยนะคะ  เนื่องร่างกายของเด็กๆยังไม่แข็งแรงแล้วก็ยังไม่มีภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานมากพอ ดังนั้น หน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ก็คือรู้จักกับโรคและการการป้องกันนะคะ เราสามารถหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถปกป้องลูกน้อยของเราได้นะคะ ถ้าพร้อมกันแล้วก็มาลองอ่านโรคต่างๆ ที่จะเสี่ยงต่อลูกน้อยกัน พร้อมรับมือก่อนย่อมดีกว่าเสมอค่ะ

เมื่อลูกๆ หรือเด็กๆ ต้องไปโรงเรียนอีกครั้ง หลังจากที่ปิดเทอมมานาน การได้เจอเพื่อนๆ ได้พูดคุยกัน ได้เล่นกัน บางครั้งอาจมีความใกล้ชิดและมีการสัมผัสตัว หรือแตะต้องสิ่งต่างๆ โดยไม่ทันได้ระวังเรื่องของโรคติดต่อ ผู้ปกครองจึงต้องเตรียมรับมือให้ดี โดยการเอาใจใส่ในเรื่องของสุขอนามัย และระแวดระวัง หมั่นสังเกตอาการหรือสุขภาพของลูกหลานอย่างใกล้ชิด

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@kellysikkema

โรคที่ต้องระวังสำหรับเด็กๆ มีอะไรบ้าง?
มีโรคติดต่อหลายโรคที่มักจะระบาดในช่วงเปิดเทอม เพราะที่โรงเรียนอาจมีกิจกรรมให้เด็กๆ ทำร่วมกัน มีการสัมผัสกันบ้าง หรือยืมของใช้กันบ้าง ความใกล้ชิดในลักษณะนี้ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายและติดต่อกันได้ง่ายในหลายๆ โรค เช่น

  • โรคโควิด-19
    โรคติดต่อที่เราทุกคนต้องเฝ้าระวังและดูแลตัวเองอย่างเต็มกำลัง นั่นก็คือ โรคโควิด-19 การให้ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์บ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อต้องอยู่นอกบ้านจึงจำเป็น
    สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา ที่สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัส ละอองเสมหะ ไอ จาม น้ำมูกของผู้ติดเชื้อ
    อาการ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอถี่ มีเสมหะ บางรายอาจมีอาการอาเจียน ถ่ายเหลวร่วมด้วย
  • โรคตาแดง
    เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย จากการสัมผัสเชื้อโรคโดยตรง
    สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส ติดต่อได้โดยการสัมผัสน้ำตา และขี้ตาของผู้ป่วย หรือใช้ของร่วมกับผู้ป่วย รวมทั้งการไอจามรดกัน
    อาการ เคืองตา ปวดตา ตาบวม ตาแดง คันตา มีน้ำตาไหล และมีขี้ตามากผิดปกติ
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@cdc
  • โรคมือ เท้า ปาก
    เป็นโรคติดต่อที่พบบ่อยในเด็ก มักระบาดในช่วงฤดูฝน หรือช่วงต่อฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน  โรคนี้ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ เป็นต้น
    สาเหตุ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในลำไส้แบบเฉียบพลัน และติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงทางสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำลาย น้ำมูก ตุ่มพอง โรคนี้มักพบในเด็กเล็กมากกว่าเด็กโต
    อาการ มีไข้สูง มีตุ่มแผลอักเสบในปากหรือในคอ มีตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และลำตัว
  • โรคอุจจาระร่วง
    เป็นภาวะที่มีการถ่ายเหลวผิดปกติ ตั้งแต่ 3 ครั้งติดต่อกัน
    สาเหตุ เกิดจากการกินอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน รวมถึงการจับของเล่นหรือสิ่งของสกปรกเข้าปาก
    อาการ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย บางรายอาจมีไข้ร่วมด้วย
  • โรคไข้หวัดใหญ่
    เป็นโรคที่ระบาดมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กๆ เปิดเทอมพอดี
    สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ติดง่ายผ่านลมหายใจ ไอ จาม ละอองน้ำมูก และเสมหะของผู้ป่วย รวมทั้งการสัมผัสหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย
    อาการ มีไข้สูงติดต่อกันหลายวัน หนาวสั่น ไอ จาม อ่อนเพลีย และปวดกล้ามเนื้อ
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@cdc
  • โรคไข้เลือดออก
    เป็นโรคที่พบมากในเด็ก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เพราะมีน้ำขัง ทำให้ยุงลายแพร่พันธุ์ได้มากขึ้น.
    สาเหตุ มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยนำเชื้อไวรัสเด็งกี่มาแพร่เชื้อให้ผู้ที่ถูกกัด
    อาการ มีไข้สูง ปวดเมื่อตามตัว ผื่น มีจุดแดงตามผิวหนัง มีอาการซึม อ่อนเพลีย รวมถึงมีอาการคลื่นไส้และอาเจียน หากลูกหลานมีไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุควรรีบพาไปพบแพทย์

การป้องกันโรคนั้น ผู้ปกครองต้องเฝ้าสังเกตอาการของลูกหลานอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติ หรือมีอาการใดที่บ่งชี้ได้ว่าอาจเป็นโรคใดโรคหนึ่ง ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจ วินิจฉัย และรักษาโดยเร็วที่สุด การปกป้องลูกหลานจากโรคต่างๆ ที่อาจเข้ามากล้ำกรายมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เด็กๆ ไม่ต้องเจ็บป่วย จะได้ไปโรงเรียนตามปกติ ได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้างอย่างมีความสุข

เป็นอย่างไรกันบ้างคะก็จบกันไปแล้วนะคะกับสาระดีๆในบทความที่เรา DooDiDo ได้นำเสนอนี้หวังว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านจะรู้จักกับโรคต่างๆที่พูดและนำเสนอมาไม่ว่าจะเป็นโรคโควิด -19 โรคตาแดง โรคมือเท้าปาก โรคอุจจาระร่วงหรือโรคไข้หวัดใหญ่นะคะ  ซึ่งนี่เป็นโรคที่จะเกิดขึ้นได้บ่อยสำหรับเด็กๆนะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตอาการลูกน้องอยู่เสมอนะคะ  เพราะว่าพวกเขายังคงมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงเท่ากับผู้ใหญ่  ดังนั้นควรที่จะดูแลและหมั่นตรวจสอบสุขภาพร่างกายของเขาอยู่เสมอนะคะ สุดท้ายนี้หวังว่าคุณพ่อคุณแม่จะได้นำเอาความรู้ที่ได้ไปปรับใช้และนำไปสังเกตลูกน้อยของคุณได้อย่างถูกต้องนะคะขอบคุณค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.phyathai.com