เคล็ดลับ!! 4 วิธีพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดได้อย่างไร

WM

การได้รับกำลังใจหรือคำแนะนำนับเป็นยาชูกำลังอย่างดี ไม่ให้เราท้อถอย

เชื่อว่าหลายคนที่อยู่ในช่วงของวัยทำงาน มักจะอยากให้ตัวเองมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างโอกาสดีๆ ให้กับชีวิต และอยากเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ไว้วางใจจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน แต่ติดตรงที่ว่าจะทำอย่างไร จะพัฒนาตัวเองไปในทิศทางไหนให้ตรงจุด เพื่อให้เห็นผลอย่างชัดเจน วันนี้เรามีคำตอบมาฝากค่ะ มาเรียนรู้ไปด้วยกันนะคะ

กุญแจสำคัญคือพี่เลี้ยง คุณต้องหาพี่เลี้ยง (Mentor) ของคุณให้เจอ อาจจะเป็นหัวหน้าของคุณ รุ่นพี่ที่ทำงาน หรือคนที่ประสบความสำเร็จในวงการของคุณ ทำไมต้องมีพี่เลี้ยง? เพราะเราไม่สามารถมองเห็นตัวเองได้ครบทุกด้าน หรือหลายคนปฏิเสธที่จะมองเห็นหรือยอมรับตนเองพี่เลี้ยงจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนตัวตนของเรา รวมถึงดึงศักยภาพของเราที่ซ่อนอยู่ออกมาจำไว้ว่า ! มันจะไม่มีประโยชน์ในการหาพี่เลี้ยงเลย ถ้าคุณไม่อยากจะพัฒนาตนเอง หรืออยากเปลี่ยนแปลงตนเองจริงๆ ดังนั้น ก่อนจะไปหาพี่เลี้ยง อย่าลืม! เช็กแรงบันดาลหรือเป้าหมาย ในการพัฒนาตนเองของคุณเสียก่อนว่าชัดเจนหรือไม่

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/startupstockphotos-690514/

1. เอาตัวเองไปอยู่ในวัน เวลา สถานที่ ที่พี่เลี้ยงของคุณอยู่ให้ไว คำถามต่อมา แล้วจะหาพี่เลี้ยงได้อย่างไร?
พี่เลี้ยงส่วนใหญ่มักเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งแน่นอนว่าเขาอาจจะยุ่ง ไม่มีเวลาหน้าที่ของคุณคือ สร้างความพร้อม เช่น นัดหมายและจัดเวลาไปหาเขา ทำตัวให้พร้อมเสมอในการติดต่อกับพี่เลี้ยง เพราะไม่มีทางที่เขาจะวิ่งเข้าหาเราเอง “เมื่อลูกศิษย์พร้อม อาจารย์ (หรือพี่เลี้ยง) จะปรากฏ” การได้อยู่ใกล้คนเก่งๆ จะเป็นการซึมซับแนวคิด วิธีการ ได้รวดเร็วที่สุด เพราะเรื่องเหล่านี้สามารถติดต่อกันได้ง่าย ถ้าได้อยู่ร่วมกันในบรรยากาศเดียวกัน
ป.ล. สำหรับพี่เลี้ยงที่อาจไม่สามารถไปเจอได้จริงๆ ก็สามารถติดตามผ่านผลงานของเขาได้ เช่น หนังสือ คลิปวิดีโอ podcast ฯลฯ จากนั้นก็ค่อยๆ ซึมซับแนวคิด แล้วลองเอาไปทำตามดู

2. เปลี่ยนตนเองทันที
ไม่มีข้ออ้าง การทำตามที่พี่เลี้ยงแนะนำ เป็นทางลัดง่ายที่สุดในการพัฒนาตนเอง เพราะเขาจะมองออกว่า ตรงไหนที่เราต้องพัฒนาเพิ่ม แค่เราทำตามที่พี่เลี้ยงบอกอย่างเชื่อมั่นเท่านั้นเอง แต่ถ้าเราไม่ยอมเปลี่ยนตามพี่เลี้ยงบอก สาเหตุอาจมาจาก
– เรายังไม่อยากเปลี่ยนจริงๆ (ให้กลับไปที่ข้อ 0)
– เรายังไม่ไว้วางใจในตัวพี่เลี้ยง
– เรายังไม่เชื่อว่าตนเองเปลี่ยนแปลงได้
*ติดที่สาเหตุไหน ให้แก้ที่สาเหตุนั้น ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถทำตามที่พี่เลี้ยงบอกได้ ส่งผลให้ความสำเร็จมาถึงเราช้าออกไปอีก

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/startupstockphotos-690514/

3. สื่อสารความคืบหน้าตลอดเส้นทาง
ปรับแผนให้ไวในระหว่างการลงมือทำตามที่คุยกับพี่เลี้ยง อาจมีปัญหาในการลงมือทำ จากการพบเจออุปสรรค หรือความไม่ได้ดั่งใจให้สื่อสารพูดคุยกับพี่เลี้ยงอย่างชัดเจนระหว่างทาง อย่าแค่รู้สึกเกรงใจ ไม่กล้าพูด หรือรู้สึกว่ารู้อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นความก้าวหน้าในการพัฒนาตนเองก็จะช้าลงไปอีกคงเป้าหมายให้ดังเดิม แต่ปรับเปลี่ยนแผนตามที่คุยกับพี่เลี้ยงแล้วลงมือทำตามจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายและเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกท้อถอย ไม่ก้าวหน้า ให้กลับไปพูดคุยกับพี่เลี้ยง การได้รับกำลังใจหรือคำแนะนำนับเป็นยาชูกำลังอย่างดี ไม่ให้เราท้อถอยได้ง่าย

4. ตั้งเป้าให้สำเร็จตามต้นแบบ
เป็นการตอบแทนบุญคุณที่ดีที่สุดเมื่อสำเร็จตามเป้าหมายที่เราวางไว้แล้ว สิ่งที่พี่เลี้ยงทุกท่านอยากเห็น ไม่ใช่แค่การกลับไปตอบแทนบุญคุณด้วยสิ่งของหรือรางวัลต่างๆ แต่คือการออกไปเป็น “ต้นแบบ” ในการเป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับคนรุ่นหลัง หรือคนที่ต้องการประสบความสำเร็จแบบเรา สิ่งนี้เป็นการตอบแทนที่ดีที่สุด เพราะแสดงว่าสิ่งที่พี่เลี้ยงได้สอนให้กับเรา เป็นสิ่งที่ทำได้ผลอย่างยั่งยืนจริงๆ ไม่ใช่แค่ความโชคดี หรือแค่ใครบางคนทำได้ จงเป็นความภาคภูมิใจกับพี่เลี้ยง ด้วยการส่งต่อความเป็น “พี่เลี้ยง” ไม่ใช่สำเร็จแค่เพื่อ “เลี้ยงตัวเอง” เพียงเท่านั้น

การพัฒนาตนเองแบบก้าวกะโดตามที่ DooDiDo นำมาฝากวันนี้ เป็นวิธีที่คุณสามารถเริ่มทำตามได้ง่ายๆ ค่ะ เพียงแค่คุณต้องตั้งเป้าหมายของการทำงานให้ชัดเจน ปรับเปลี่ยนและลงมือทำอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ เอาชนะใจตัวเองให้ได้ เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถพัฒนาตนเองและพัฒนาผลงานของตนเองได้ง่ายๆ แล้วค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.beyondtraining.in.th