เคล็ดลับการกระตุ้นตนเองให้อยากทำการบ้านควรทำอย่างไร!!

WM

การบ้านก็เป็นการฝึกฝนพัฒนาตัวเองอย่างหนึ่ง เพื่อไปสู่อนาคต

สำหรับการบ้านถือเป็นหนึ่งในภาระหนักหนาสาหัสของเด็กทั่วโลก (แต่เด็กไทยอาจจะมากกว่าเขาเพื่อน) บางคนเลยชอบผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไฟลนก้น ประมาณว่าทำไมต้องรีบทำ ในเมื่อยังเหลืออีกตั้ง 2 – 3 วัน จริงๆ แล้วปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “คุณไม่อยากทำการบ้าน” ก็ได้ ไม่งั้นจะกลุ้มใจจนมาหาแรงบันดาลใจจากบทความนี้ทำไม ปัญหาจริงๆ คืออยากทำการบ้าน แต่ขี้เกียจเพราะไม่มีอะไรดีๆ จูงใจนั่นเอง

วันนี้ได้เวลาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว กำจัดดินที่พอกหางคุณ…เอ้ย…หางหมูซะ แล้วมากระตุ้นตัวเองให้อยากทำการบ้านกัน ยังไงการบ้านก็เป็นการฝึกฝนพัฒนาตัวเองอย่างหนึ่ง เพื่อไปสู่อนาคตในแบบที่คุณใฝ่ฝันไง ลองทำตามขั้นตอนนี้นะ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/tjevans-5937713/

1. วางแผนล่วงหน้า จะได้เหลือเวลาว่างหลังเลิกเรียน ถ้ามีชั่วโมงว่างหรือพักกลางวัน ให้รีบทำการบ้านตุนไว้ให้มากที่สุด จะได้เหลือไปทำที่บ้านน้อยๆ ไม่มีเลยยิ่งดี อย่าพยายามพอกหางหมูไว้จนวินาทีสุดท้าย ทำให้เสร็จตั้งแต่อยู่ที่โรงเรียนนั่นแหละดี (ถ้ามีเวลา) แบบนี้ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน ก็ถามเพื่อนหรือครูได้เลย สะดวกสุดๆ

  • ทำการบ้านยากๆ ก่อน ทำไมถึงต้องทำแบบนั้น? ก็เพราะจะได้มีเวลาแก้ไขทีหลังไง! เริ่มทำเร็วก็เสร็จเร็ว ถ้าสงสัยหรือไม่แน่ใจ ก็ยังมีเวลากลับมาตรวจทาน (ประมาณว่ามีเวลาให้ “คิดพิจารณา” ไม่รีบไม่ลนจนทำแค่เสร็จๆ ไป) ถ้าสงสัยตรงไหนจะข้ามไปทำข้อง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาก็ได้ ถ้าเก็บไว้ทีหลัง กว่าจะรู้ว่าทำไม่ได้ขึ้นมาก็สายไปแล้ว! แบบนี้สมองจะได้มีเวลาขบคิดนานๆ รีบทำเรื่องยากแต่แรก อย่างน้อยก็ลองทำดูก่อน ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ข้ามไปทำเรื่องง่ายๆ แล้วค่อยกลับมาเกลาตอนสมองปลอดโปร่ง

2. แตกแยกย่อย ดูเป็นจุดๆ ไป เริ่มจากสแกนหัวข้อโดยรวมก่อน

  • อ่านหัวข้อ บทนำ แผนที่ แผนผัง รูปภาพ คำบรรยาย ตัวหนาตัวเอียง เชิงอรรถ ไปจนถึงสรุปแต่ละบท แล้วจับใจความโดยรวมกับแง่มุม/มุมมองต่างๆให้พอเข้าใจว่าบทเรียนเกี่ยวกับอะไร
  • ตอบคำถามแต่ละข้อ รวมถึงคำตอบที่ต้องเขียนอธิบายไปทีละส่วน! โดยเริ่มจากประโยคหรือขั้นตอนแรก จากนั้นอธิบายเสริม เพิ่มรายละเอียดเข้าไป (เป็นขั้นเป็นตอน)
  • ขียนใจความ/ขั้นตอนที่ 2 และต่อไปเรื่อยๆ โดยต่อยอดมาจากประโยคหรือใจความที่แล้ว เขียนไปทีละประโยคหรือวลี เดี๋ยวรู้ตัวอีกทีก็ทำได้เยอะเอง
  • ถ้าอยากไปหัวข้อต่อไปแล้ว ให้เว้นบรรทัดไว้บ้าง เผื่อจะกลับมาเขียนอะไรเพิ่มเติม

ก่อนตอบคำถามต่อไป ให้ อ่านที่เขียนหรือตอบไปเพื่อตรวจทาน แล้วต่อยอดไปจากตรงนั้น ความคิดจะได้ไม่ขาดตอน

3. ตั้งเป้าหมายและให้รางวัลตัวเอง พอทำแต่ละเป้าหมายสำเร็จ หรือก็คือทำการบ้านเสร็จ 1 อย่าง ควรให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ ให้พอรู้สึกดี แล้วค่อยให้รางวัลตัวเองแบบจัดเต็มอีกที หลัง ทำการบ้านเสร็จครบถ้วนบริบูรณ์ เช่น อ่านการ์ตูนหรือนิยายเล่มโปรด โทรคุย/แชทกับเพื่อน (แต่ต้องทำการบ้านเสร็จแล้วทั้งคู่นะ) ท่องเว็บให้สบายใจ หรือทำงานอดิเรกอื่นที่สนใจและหาเวลาทำมานาน

  • ใช้วันหยุดทั้งเสาร์-อาทิตย์และนักขัตฤกษ์เป็นเป้าหมายซะเลย เช่น พอถึงวันพฤหัสบดี ก็ให้กำลังใจตัวเองว่าอีกแป๊บเดียวจะหยุดเสาร์-อาทิตย์แล้ว ถ้าทำการบ้านให้เสร็จ ก็ใกล้ความสนุกไปอีกขั้น โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ สงกรานต์ หรือปิดเทอมใหญ่ยิ่งล่อใจ ทำไมไม่รีบทำการบ้านให้เสร็จ จะได้ออกเที่ยวหรือทำอะไรให้สนุกเต็มที่
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/photomix-company-1546875/

4. เลิกผัดวันประกันพรุ่ง  วิธีเอาชนะนิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่งได้ชะงัด ก็คือรีบสะสางภารกิจของตัวเองให้เสร็จสิ้นแต่เนิ่นๆ อย่าเอาแต่รอ แล้วบอกตัวเองว่าเดี๋ยวค่อยทำก็ได้

  • ลองเปลี่ยนมุมมองดู ว่าถ้าเลื่อนไปก่อน ก็เท่ากับกังวลนานขึ้น แทนที่จะเอาเวลานั้นไปสะสางงานจริงๆ ถ้าตัดใจทำการบ้านไปเลย รู้ตัวอีกทีก็เสร็จหมดแล้ว ได้ไปสนุกสักที

5. ทำการบ้านอย่างมีระบบ อย่าสักแต่ว่าทำ สมองตื้อแล้วยัดอะไรก็ไม่เข้า ให้แบ่งเวลาทำการบ้านเป็นช่วงๆ ไป สลับกับพักสมอง ตั้งเตือนไว้ก็ได้ จะได้ไม่ทำเกินเวลา เช่น ทำการบ้าน 1 ชั่วโมง พัก 5 – 10 นาที ช่วงพักให้ลุกเดินยืดเส้นยืดสาย อย่านั่งๆ นอนๆ รวมถึงดื่มน้ำเยอะๆ กินผลไม้นิดๆ หน่อยๆ ดื่มน้ำแล้วร่างกายสดชื่น ส่วนแอปเปิ้ลสักครึ่งลูกเป็นของว่างเติมพลังที่ดีกว่าขนมขบเคี้ยวหรือเครื่องดื่มชูกำลัง

6. คิดถึงผลเสีย ถ้าไม่ทำการบ้าน จะมีผลเสียยังไงกับคุณ เกรดจะตกไหม? หรือครูและพ่อแม่บ่นหูชา? ถ้าที่ว่ามาไม่ตรงกับคุณเลย อย่างน้อยให้คิดซะว่าการบ้านก็เป็นการพัฒนาตัวเองอย่างหนึ่ง เพื่อไปสู่อนาคตที่คุณฝันไว้ หาความรู้ใส่ตัวไว้ไม่ตกอับแน่นอน

7. คิดถึงข้อดี คุณจะได้อะไรถ้าทำการบ้าน? แน่นอนว่าคะแนนกับเกรดดีๆ ที่สำคัญคือครูอาจารย์กับพ่อแม่ต้องดีใจและภูมิใจแน่นอน แต่ยิ่งกว่านั้นคือคุณเองได้ความรู้ใหม่ๆ รวมถึงได้ฝึกวินัย ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นเรื่องจำเป็นถ้าอยากมีชีวิตดี๊ดี! พอทำหน้าที่ตัวเองครบถ้วนและได้ผลดีอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว คุณจะรู้สึกสดชื่น มีความหวัง อยากทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้นอีกเรื่อยๆ กลายเป็นสนุกไปซะงั้น

8. หามุมสงบ จัดมุมสงบปลอดคนและสิ่งรบกวนสำหรับทำการบ้านอ่านหนังสือโดยเฉพาะ ห้ามชวนเพื่อนมานั่งเล่น เปิดทีวีดู หรือทำกิจกรรมอื่นๆ มุมสงบที่ว่าก็เช่น โต๊ะสักตัว ถ้าต้องใช้คอมทำการบ้าน (ซึ่งก็แน่นอน) ก็อย่าแวบไปแชทกับใคร หรือเข้าเว็บไหนจนเพลิน แต่ถ้าสมาธิสั้นจริงๆ หรืออ่านหนังสือทีไรหลับตลอด ให้ย้ายไปทำการบ้านอ่านหนังสือที่ห้องสมุดแทน นอกจากสถานที่พร้อมแล้ว ยังมีเสียงคนเดินไปมาพอให้ไม่ง่วงเกินไป ที่สำคัญคือมีแหล่งข้อมูลและบรรณารักษ์หรือเจ้าหน้าที่ให้สอบถามทันที

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/standsome-18205472/

9. โต๊ะกับห้องต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย จะมีสมาธิกว่าถ้าโต๊ะเป็นระเบียบเรียบร้อย ลองหาเวลามาจัดที่ทางสัก 5 นาที แล้วค่อยนั่งทำการบ้านอ่านหนังสือให้สบายใจ แต่อย่าหาเรื่องทำความสะอาดนานๆเพราะอยากถ่วงเวลา จัดโต๊ะให้มีพื้นที่ทำการบ้านได้ก็พอ

10. หาเพื่อนทำการบ้าน แต่อย่าเลือกเพื่อนที่ชอบชวนเล่นลูกเดียว ขอคนที่เงียบๆ มีสมาธิ ชวนกันเรียนดีกว่า ทำการบ้านกับเพื่อนนอกจากสนุกแล้วยังช่วยกันถามตอบได้ถ้าใครไม่รู้ข้อไหน แต่แค่นั้นพอนะ อย่าลามไปเม้าท์แตกเรื่องอื่น

11. ท่องหนังสือแบบเฉพาะตัว แต่ละคนก็เรียนรู้ช้าเร็วต่างกันไป วิธีที่ใช้ทำการบ้านอ่านหนังสือให้เข้าหัวก็ไม่เหมือนกัน บางคนชอบท่องไปเดินไป แต่บางคนชอบเปิดเพลงคลอระหว่างท่องหนังสือทำการบ้าน ไม่ว่าจะแบบไหน ให้คุณลองดูจนกว่าจะเจอวิธีที่ใช่สำหรับคุณ

12. เปิดเพลงคลอเบาๆ (แล้วแต่) วิธีนี้ไม่เหมาะกับทุกคนเสมอไป แต่ถ้าเป็นวิธีที่ใช่สำหรับคุณ ให้เลือกเพลงคลาสสิคหรือเพลงบรรเลง ไม่ก็เพลงเบาๆ ที่คุณไม่เคยได้ยิน จะได้ไม่อินกับเนื้อเพลงจนลืมการบ้านไ

13. ช่วงพักให้ยืดเส้นยืดสาย ทั้งเพื่อพักสมองและผ่อนคลายร่างกายที่ตึงเครียด จะได้มีสมาธิและตื่นตัว เช่น เดินไปมา ยืดเหยียด กระโดดตบ แล้วก็วิ่งอยู่กับที่

14. จัดตารางเวลา ถ้ากำหนดช่วงเวลาชัดเจน คุณก็จะทำการบ้านท่องหนังสือสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย ให้กำหนดทั้งวันและช่วงเวลา จะได้รู้ล่วงหน้าว่าอาทิตย์นี้ อาทิตย์หน้า และอาทิตย์ต่อๆ ไปจะทำอะไร แน่นอนว่าสุดท้ายมักมีเหตุสุดวิสัย แต่อย่างน้อยก็มีแผนคร่าวๆ ให้อุ่นใจ

15.ตัดการติดต่อ ปิดคอม มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ซะ จะได้ไม่วอกแวก กระทั่งช่วงพักก็อย่าติดจอคอมจอมือถือจนไม่เป็นอันทำอะไร เพราะจะลืมที่ท่องหนังสือไปจนหมด แถมกินเวลาทำการบ้านไปอีก สรุปคืออยู่ให้ห่างคอมและมือถือ เว้นแต่ต้องใช้คอมทำการบ้านจริงๆ

วิธีทำการบ้านให้เสร็จ ที่บอกเลยว่าเหมาะมาก ๆ เป็นผลดีกับการเรียนแน่นอน DooDiDo แนะนำ คือ การจัดเวลาให้มีความเหมาะสม เมื่อเรานั้นเลือกเรียนมาแล้ว อาจจะนั่งพักผ่อนสักครู่ หรืออาบน้ำทานข้าวให้เรียบร้อย จากนั้นก็ได้เวลาทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อย บอกเลยว่าเป็นการบททวนในเรื่องของการเรียนได้อีกแบบ

ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล : https://th.wikihow.com