อยากให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต พ่อแม่ต้องมีปัจจัยเหล่านี้!

WM

ความฉลาดเป็นเรื่องที่พ่อแม่สามารถเสริมให้ลูกได้

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนล้วนอยากจะให้ลูกทุกคนมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และทัศนคติ เพื่อให้ลูกเจริญเติบโตและก้าวต่อไปสู่อนาคตที่สดใส เมื่อเป็นเช่นนี้การที่จะทำให้ลูกฉลาดนอกจากการส่งเสริมพัฒนาการตั้งแต่ยังเล็กแล้ว พ่อแม่ย่อมต้องมีปัจจัยสำคัญเหล่านี้เหมือนกัน ที่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกเป็นเด็กที่ทั้งเฉลียวและฉลาดในคนๆ เดียวกัน

พันธุกรรม เป็นหนึ่งใน ปัจจัยทำให้ลูกฉลาด แล้วถ้าพ่อแม่ไม่ฉลาดล่ะจะทำอย่างไร? ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะบอกว่า เป็นไปตามบุญ ตามกรรม หรือพรสวรรค์ของคนนั้น แต่ปัจจุบันความฉลาดเป็นเรื่องที่พ่อแม่สามารถเสริมให้ลูกได้มากขึ้น และปัจจัยที่สำคัญที่สุด ก็คือ ตัวของคุณพ่อคุณแม่ ที่จะสามารถส่งเสริมความฉลาดของลูกได้มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง

ปัจจัยที่ทำให้เด็กฉลาด

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/laterjay-1627906/
  1. ให้ลูกทำงานบ้าน

ถ้าไม่ให้ลูกช่วยทำงานบ้าน ก็แสดงว่าพ่อแม่ต้องเป็นคนทำแทนพวกเขาจริงมั้ย ซึ่ง Julie Lythcott-Haim อดีตคณบดีมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า การทำงานบ้านไม่เพียงแต่ทำให้เด็กๆ ฝึกความรับผิดชอบ แต่ยังเป็นการสอนให้เขามีจิตช่วยเหลือส่วนรวมและการช่วยเหลือกันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เด็กจะเติบโตมาเป็นคนที่ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ มีความเห็นอกเห็นใจ และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา

  1. สอนลูกเรื่องทักษะการเข้าสังคม

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลและมหาวิทยาลัยดุ๊ก ทำการสำรวจกลุ่มเด็กกว่า 700 คน พบว่า เด็กที่มีความสามารถในการเข้าสังคม พวกเขาจะสามารถช่วยเหลือตัวเองและแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น มีโอกาสเรียนจบปริญญาและได้ทำงานที่ดี การศึกษานี้จึงทำให้เห็นว่าการพัฒนาทักษะด้านสังคมและอารมณ์ตั้งแต่วัยเด็กเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่เราสามารถทำได้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่สดใ

  1. คาดหวังในตัวเด็กสูง

จากผลสำรวจเด็กจำนวน 6,600 คน ที่เกิดในปี 2001 พบว่า ความคาดหวังของพ่อแม่จะมีผลต่อการประสบความสำเร็จของลูกเป็นอย่างมาก ผู้ปกครองที่วางแผนการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในอนาคตให้กับลูก โดยไม่มีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายและคาดหวังในตัวลูก พบว่ามีผลทำให้ลูกพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยตามความหวังของพ่อแม่ให้ได้

  1. มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและกัน

Robert Hughes Jr. ศาสตราจารย์และหัวหน้าแผนกพัฒนามนุษย์และชุมชน มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เผยว่า ครอบครัวที่พ่อแม่รักกันดีและอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาส่งเสริมพัฒนาการของลูกดีกว่าเด็กที่พ่อแม่หย่าร้างกัน หรือชอบทะเลาะกัน

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@benmullins
  1. พ่อแม่มีการศึกษาที่ดี

การศึกษาในปี 2014 นำโดย Sandra Tang นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่ามารดาที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือวิทยาลัยขึ้นไปมีแนวโน้มที่จะเลี้ยงดูลูกได้ดี

นอกจากนี้ Eric Dubow นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Bowling Green State ยังระบุอีกว่า ระดับการของลูกในช่วงอายุ 8 ขวบ ได้คาดการณ์ความสำเร็จด้านการศึกษาและอาชีพของลูกไว้อย่างชัดเจนใน 40 ปีข้างหน้าแล้ว

  1. สอนคณิตศาสตร์ให้ลูกแต่เด็ก

การวิเคราะห์ด้าน Meta-analysis ของเด็กก่อนวัยเรียน 35,000 คน ทั่วสหรัฐฯ แคนาดา และอังกฤษ พบว่าการพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ในช่วงต้นๆ อาจกลายเป็นข้อดีอย่างมากสำหรับลูก พ่อแม่จึงอาจเริ่มต้นเรียนด้วยความรู้เกี่ยวกับตัวเลข ลำดับเลข และแนวคิดคณิตศาสตร์พื้นฐาน ซึ่งจะช่วยให้เด็กสามารถรับมือกับโจทย์ยากๆ ในอนาคตได้ ทำความเข้าใจได้เร็วกว่าคนอื่น และเก่งคณิตศาสตร์กว่าคนอื่น ทำให้มีโอกาสและทางเลือกในการเรียนต่อหรือการทำงานมากกว่า ส่งผลให้เกิดความสำเร็จตามมานั่นเอง

  1. ไม่เครียด

จำนวนชั่วโมงที่ครอบครัวใช้อยู่กับเด็กอายุระหว่าง 3 – 11 ปีจะเป็นตัวกำหนดว่า เด็กจะมีพฤติกรรมเป็นเช่นไร รวมถึงอนาคตของเด็กด้วย ซึ่งถ้าแม่เครียดลูกก็จะเครียดตามไปด้วย หรือถ้าพ่อแม่ดุ ต่อว่า ลงมือรุนแรงกับลูก ก็จะทำให้ลูกกลายเป็นเด็กมีปัญหาได้

  1. แม่ทำงานนอกบ้าน

จากผลการวิจัยของ Harvard Business School พบว่าเด็กๆ ที่มีแม่ทำงานนอกบ้านมีประโยชน์อย่างมาก และมีแนวโน้มทำให้เด็กมีวินัยในตัวเองเมื่อเทียบกับแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้านอย่างเดียว นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบว่า แม่ที่ออกไปทำงานนอกบ้านยังมีบทบาทในการทำงานบ้านและดูแลเด็กมากขึ้น พวกเขาใช้เวลาดูแลลูกๆ มากกว่า 7 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน และทำงานบ้านอีก 25 นาที

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@annhwa
  1. ครอบครัวค่อนข้างมีฐานะ

การที่เด็กได้เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ก็เท่ากับว่าพวกเขาเข้าใกล้ความสำเร็จไป 1 ก้าวตั้งแต่เริ่มต้น เพราะครอบครัวที่มีฐานะ จะสามารถส่งลูกไปเรียนตามที่ดีๆ ได้ ทำให้เด็กมีความรู้มากกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน และมีโอกาสประสบความสำเร็จในอนาคตมากกว่า ในขณะที่เด็กที่มีฐานะปานกลาง-จน อาจจะต้องใช้ความพยายามมากกว่า

  1. เลี้ยงลูกอย่างเผด็จการ

ในที่นี้หมายถึงการชักจูงให้ลูกไปในทางที่ต้องการอย่างมีเหตุมีผล ใช้คำอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าต้องทำเพราะอะไร เด็กจะเติบโตขึ้นมาโดยยังมีความเคารพต่อพ่อแม่ และไม่รู้สึกอึดอัดใจที่ถูกบังคับ

“โดยส่วนใหญ่จะฝึกลูกแบบไม่ประณีต ชุ่ย ๆ หรือแบบสำเร็จรูป บางคนเลี้ยงลูกด้วยโทรทัศน์ และแท็บเล็ต/สมาร์ทโฟน …แต่หารู้ไม่ว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ไปทำลายสมองส่วนหน้า ทำให้เด็กเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบคิด และกลายเป็นเด็กสมาธิสั้น” วันนี้หากคุณ รู้เคล็ดลับดีๆ กันแล้ว DooDiDo แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ก็ลองนำไปใช้กันดูนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: https://women.mthai.com