วิธีป้องกันและรักษาอาการอาหารเป็นพิษ ที่คุณควรรู้!!

“อาหารเป็นพิษ” อันตรายที่มากับอาหาร ที่คุณไม่ควรละเลย

ปัญหาท้องไส้ที่เรามักจะเจอกันอยู่เป็นประจำนั่นคือ อาหารเป็นพิษ นั่นเองค่ะ ซึ่งอาการของอาหารเป็นพิษถึงแม้ส่วนใหญ่จะไม่ได้ร้ายแรง แต่ก็สร้างปัญหาให้กับผู้ป่วยไม่น้อยเลยค่ะ เพราะเมืองไทยของเรามีอากาศร้อน ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ค่ะ วันนี้จะพาคุณมาดูอาการอาหารเป็นพิษ พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษมาฝากค่ะ

อาหารเป็นพิษ หมายถึง อาการท้องเดิน (อุจจาระร่วง) เนื่องจากการกินอาหารที่มีสารพิษที่เกิดจากเชื้อโรคปนเปื้อน เป็นสาเหตุของอาการท้องเดินที่พบได้บ่อยในหมู่คนทั่วไปมีสาเหตุมาจาการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส จนทำให้เกิด อาการอาหารเป็นพิษ ซึ่งอาการในผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่ได้ร้ายแรงมากนัก แต่ถ้าหากในเคสของผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ร่างกายอาจจะเสียน้ำ เสียเกลือแร่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงและก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

สุขภาพ
ขอบคุณภาพจาก: www.posttoday.com

อาหารเป็นพิษ อาการอย่างไร?

อาการอาหารเป็นพิษ เชื้อจะแสดงอาการภายใน 1-2 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทและเชื้อโรคที่เข้าไปร่างกาย บางคนอาจจะแสดงอาการภายใน 2- 6 ชั่วโมง ซึ่งอาการจะแบ่งอยู่ออกเป็น 2 แบบ คือ 

1.อาหารเป็นพิษอาการไม่รุนแรง

  • คลื่นไส้ อาเจียนติดต่อกันหลายครั้ง 
  • ถ่ายเหลว ปวดท้องแบบบิดเกร็งเป็นพัก ๆ 
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย กระหายน้ำบ่อย 
  • แขนเป็นเหน็บชา มองเห็นไม่ชัด 
  • ไม่อยากทานอาหาร เบื่ออาหาร 

หากมีอาการไม่รุนแรงสามารถยาแก้อาหารเป็นพิษตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาด จิบน้ำบ่อยๆ จะหายได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง 

สุขภาพ
ขอบคุณภาพจาก: https://hellokhunmor.com

2.อาหารเป็นพิษอาการรุนแรง

  • ท้องเสียร่วมกับมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • อาเจียนเป็นเลือดหรือเลือดจนในอุจจาระ 
  • อาเจียนต่อเนื่องนานกว่า 12 ชั่วโมง 
  • ภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย 
  • แขนขาอ่อนแรง หายใจลำบาก ตามัวมองไม่ชัด
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องเสียติดต่อกัน 3 วัน 

หากมีอาการอาหารเป็นพิษรุนแรงตามที่กล่าวไป ไม่ควรซื้อยาแก้อาหารเป็นพิษมาทานเองเพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที 

อาการอาหารเป็นพิษ มีสาเหตุมาจาก

สาเหตุของอาการอาหารเป็นพิษ เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรค SA Game สารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อน อาหารที่มักทำให้เกิดอาหารเป็นพิษส่วนมากจะเป็น เนื้อสัตว์ อาหารทะเลที่ปรุงไม่สุก อาหารค้างคืน อาหารกระป๋อง เป็นต้น อีกทั้งยังมีเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดอาการได้ เช่น 

1. บาซิลลัสซีเรียส (Bacillus cereus) พบในดิน ข้าว ธัญพืช จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสียภายใน 1-6 ชั่วโมงหลังจากได้รับเชื้อ 

2.ซาลโมเนลลา(Salmonella) พบได้ในเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ไข่ จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องร่วง เป็นไข้ จะเกิดอาการภายใน 12-36 ชั่วโมง 

3.ชิเกลล่า (Shigella) พบในน้ำดื่มที่ไม่สะอาด และอาหารสด เชื้อนี้สามารถกระจายระหว่างบุคคลได้ จะทำให้เกิดอาหารปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน 

สุขภาพ
ขอบคุณภาพจาก: https://generali.co.th

วิธีป้องกันและรักษาอาการอาหารเป็นพิษ

1.ไม่ทานอาหารที่มีแมลงวันตอม

2.ไม่ควรทานยาเพื่อให้หยุดถ่ายเด็ดขาด

3.หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืน อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ

4.รับประทานอาหารอ่อน งดอาหารเผ็ดและย่อยยาก 

5.ระวังการทานเห็ดบางชนิด โดยเฉพาะเห็ดชนิดที่ไม่รู้จัก 

6.ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ 

7.หากทานอาหารกล่อง อาหารถุงแกง ต้องอุ่นร้อนก่อนทานทุกครั้ง 

8.ล้างผัก ผลไม้ให้สะอาดก่อนทาน เพราะอาจมีารเคมีตกค้างปนเปื้อน

9.ดื่มน้ำผสมเกลือแร่สำหรับอาการท้องร่วงท้องเสีย เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป

10.ทำอาหารเองโดยเลือกของที่สดใหม่ แยกหมวดหมู่อาหารและเก็บไว้ในตู้เย็น

11.ไม่ละลายอาหารแช่แข็ง ผักแช่แข็ง ด้วยการตั้งทิ้งไว้หรือแช่น้ำ ควรอุ่นด้วยไมโครเวฟ

เมื่อรู้ถึงอาการและสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษตามที่ DooDiDoได้นำมาเสนอแล้ว ก็อย่าลืมเลือกรับประทานอาหารที่ประโยชน์ สะอาด และปรุงให้สุกทุกครั้งด้วยนะคะ เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารของคุณนั่นเองค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://shopee.co.th/blog/food-poisoning/, https://allwellhealthcare.com/food-poisoning/