“ม้าน้ำ” สัตว์เลี้ยงตัวงอ ที่น่าสนใจ คนรักสัตว์น้ำห้ามพลาด!

WM

การเลี้ยงม้าน้ำ สัตว์เลี้ยงสุดแปลกที่น่าค้นหา!!

“ม้าน้ำ” สัตว์เลี้ยงอีกหนึ่งประเภทหนึ่ง ม้าน้ำเป็นสัตว์พิเรนทร์ทั้งรูปร่างและพฤติกรรม เพราะมันจัดเป็นสัตว์จำพวกปลา หายใจทางเหงือก แต่กลับมีกระดูกหรือก้างมาห่อหุ้มเป็นเกราะอยู่ภายนอกตัว ส่วนหางของมันแทนที่จะเป็นครีบสำหรับว่ายน้ำไปมาอย่างปลา กลับมีหางยาวอย่างกับจิ้งจก ตุ๊กแก มีไว้เพียงเพื่อเกี่ยวยึดตัวเองตามต้นสาหร่ายในน้ำ แต่ยังพอมีครีบบางใสตรงสะเอวอีกหนึ่งช่วยโบกกระพือพาตัวเองไปไหนได้อย่างช้าๆ

ไม่น่าแปลกใจเลยว่า การเฝ้ามองดูการเคลื่อนไหวของม้าน้ำในตู้จัดแสดงอาจต้องใช้เวลาพอสมควร และบ่อยครั้งที่เจ้าม้าน้ำแทบไม่แสดงออกว่ามันยังมีลมหายใจ ต้องยืนมองมันอยู่ครู่ใหญ่ กว่าจะเห็นว่ามันเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง บางตัวเกี่ยวปะการังแบบเชิดหน้าทรงตัวนิ่ง แต่บางตัวก็ห้อยต่องแต่งคล้ายเป็นลมหมดสติ อีกความประหลาดของม้าน้ำที่แตกต่างจากสัตว์อื่นก็คือ เป็นสิ่งมีชีวิต “ตัวพ่อ” ของแท้ เพราะผู้ที่ทำหน้าที่ในการเลี้ยงลูกก็คือ ม้าน้ำเพศผู้ เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ม้าน้ำตัวผู้จะปรับเปลี่ยนสีของลำตัวเพื่อดึงดูดม้าน้ำตัวเมีย จากนั้นตัวผู้จะใช้หางโอบกอดคู่รักพร้อมกับแอ่นท้องประกบกับท้องเข้าหากัน ตัวเมียจะออกไข่ใส่ลงในถุงหน้าท้องของตัวผู้ และม้าน้ำตัวผู้ก็จะปล่อยอสุจิเข้าผสมกับไข่และฟักเป็นตัวอ่อนภายในถุงหน้าท้องนั้น

WM
ขอบคุณภาพจาก : https://pixabay.com/th/users/cataleyalifedesign-340823/

2 สัปดาห์ ผ่านไป หลังจากเฝ้าทะนุถนอมตัวอ่อนภายในถุงหน้าท้องเป็นอย่างดี พ่อม้าน้ำก็จะบีบกล้ามเนื้อส่วนท้องและพ่นลูกม้าน้ำนับร้อยๆ ตัว ให้ออกจากกระเป๋าหน้าท้องสู่โลกท้องทะเลสีคราม ทำหน้าที่เป็น “ผู้คลอด” แบบที่ผู้เป็นพ่อทั้งหลายบนโลกใบนี้ไม่เคยได้สัมผัส อีกเอกลักษณ์ของม้าน้ำที่ได้รับการยกย่อง คือ “การครองคู่” เพราะม้าน้ำจะอยู่คู่กันแบบ “ผัวเดียว เมียเดียว” จนกระทั่งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายจากไป กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ความซื่อสัตย์” สำหรับชีวิตคู่

วิธีการเพาะพันธุ์
เพื่อช่วยลดปัญหาการจับม้าน้ำจากธรรมชาติ โดยสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงม้าน้ำแห่งแรกของประเทศไทย มีเป้าหมายหลักเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จนนำสู่แบบอย่างการเพาะพันธุ์ในระดับฟาร์ม โดยม้าน้ำที่ศึกษาจำแนกได้เป็น 4 ชนิด ที่พบในประเทศไทย ได้แก่

 

WM
ขอบคุณภาพจาก : https://pixabay.com/th/users/nennieinszweidrei-10084616/

1. ม้าน้ำดำ (Hippocampus kuda) จัดเป็นม้าน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในจำนวนม้าน้ำที่พบในน่านน้ำไทย ได้รับความชื่นชอบจากนักนิยมยาบำรุง ลำตัวสีดำสนิท ส่วนใหญ่มักเปลี่ยนเป็นสีครีม สีเหลือง และน้ำตาลแดง พบง่ายบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของอ่าวไทย
2. ม้าน้ำหนาม (H. spinosissimus) อาศัยอยู่ในบริเวณน้ำค่อนข้างลึก ใส มีสีสันสวยงาม มักจะมีสีออกน้ำตาลแดง มีลายจุดสีออกขาว เป็นแถบกว้างคาดบริเวณลำตัว มีหนามมากค่อนข้างแหลมและยาว แต่มีขนาดเล็กกว่าม้าน้ำดำ ชนิดนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักดำน้ำดูปะการังและนักสะสมของที่ระลึก รวมทั้งนักเลี้ยงปลาทะเลในตู้โชว์

WM
ขอบคุณภาพจาก : https://pixabay.com/th/users/ricardoparra-1404479/

3. ม้าน้ำ 3 จุด (H. trimaculatus) พบตามเขตชายฝั่งในฤดูหนาว ปรากฏเป็นจุดดำ ประมาณ 3 จุด บริเวณส่วนบนของลำตัว มักอพยพเข้ามาบริเวณชายฝั่งและมักจะติดอวนปู อวนกุ้ง ของชาวประมงเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเป็นช่วงที่ม้าน้ำอยู่ในระยะผสมพันธุ์และวางไข่ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของการลดจำนวนประชากรของม้าน้ำพันธุ์นี้อย่างรวดเร็ว
4. ม้าน้ำแคระ (H. mohnikei) มีขนาดเล็กที่สุด พบเห็นไม่บ่อยนัก ตัวสีดำ อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง เกาะอยู่ตามสาหร่าย บริเวณที่เป็นพื้นทราย แต่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ม้าน้ำชนิดนี้หายาก จึงยากต่อการเพาะเลี้ยง

ใครคิดอยากเลี้ยงม้าน้ำคงต้องศึกษาข้อมูลตามที่ DooDiDo ได้นำมาฝากกันดูนะคะ เรียกได้ว่าการเลี้ยงม้าน้ำนั้นไม่ได้ยากแต่ก็ไม่ง่ายไปซะทีเดียวค่ะ ควรศึกษาข้อมูลก่อนการเลี้ยงให้ดี อย่างไรก็ตามเมื่อนำน้องมาเลี้ยงแล้ว ก็อย่าลืมดูแลเอาใจใส่ให้ดีกันด้วยนะคะ จะได้มีสัตว์เลี้ยงคู่ใจอยู่ด้วยกันไปนานๆ นั่นเองค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.technologychaoban.com/pet/article_81393