มาลองสังเกตสุขภาพร่างกายของลูกกับโรคภูมิแพ้ที่พบได้ในเด็ก??

WM

ไอ จาม คัดจมูก มีน้ำมูก ผื่นขึ้น แค่ไข้หวัดหรือลูกน้อยเป็นภูมิแพ้?

ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ แน่นอนค่ะว่าเรากลับมาพบกับสิ่งที่น่าสนใจในบทความวันนี้นะคะซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนอเกี่ยวกับมาลองสังเกตสุขภาพร่างกายของลูกน้อยของคุณว่ายังโอเคอยู่หรือเปล่านะคะ  บ่อยครั้งหน้าที่เราจะเห็นว่าเด็กน้อยมีอาการเจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นการไอ  การจาม  การมีผดหรือผื่นขึ้นตามร่างกาย หรืออาการป่วยจากการเป็นไข้หวัดนะคะ  ซึ่งในร่างกายของเด็กก็อย่างที่ทราบกันดีว่าจะยังคงมีภูมิคุ้มกันและภูมิต้านทานน้อยอย่างมากดังนั้นจึงควรที่จะหมั่นตรวจเช็คสุขภาพร่างกายของลูกน้อยอยู่เป็นประจำนะคะ

วันนี้มาลองรู้จักกับโรคภูมิแพ้ที่พบได้ในเด็กดีกว่าค่ะเพราะว่าสภาพแวดล้อมในปัจจุบันเนี่ยเป็นตัวที่กระตุ้นให้สุขภาพร่างกายของลูกน้อยแย่ลงมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่นะคะมาลองอ่านสิ่งที่น่าสนใจในบทความนี้กันได้เลยค่ะ โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็ก และสามารถพบได้ตั้งแต่แรกเกิด ทั้งยังมีแนวโน้มพบมากขึ้นทุกปี เพราะสภาพแวดล้อม มลพิษ หรือสิ่งกระตุ้นอื่นๆ ที่ก่อให้โรคภูมิแพ้นั้นมีความหลากหลายขึ้นตามการพัฒนาของเมืองใหญ่

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@suuthe

โรคภูมิแพ้คืออะไร?
โรคภูมิแพ้ เป็นกลุ่มโรคที่แสดงอาการได้ในหลายระบบของร่างกาย เช่น โรคเยื่อบุจมูกอักเสบจากการแพ้อากาศ โรคหอบหืดจากการแพ้อาหาร หรืออาจทำให้เกิดภูมิแพ้ผิวหนัง รวมถึงผื่นลมพิษเรื้อรัง ซึ่งอาการแสดงจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน พ่อแม่หลายท่านมักคิดว่า อาการแพ้ต่างๆ ของลูกจะหายไปได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคภูมิแพ้ถึงแม้อาการภายนอกจะดูเหมือนหายหรือดีขึ้น แต่ก็มักจะวนกลับมาเป็นอีกเมื่อร่างกายได้สัมผัสกับสิ่งกระตุ้น ซึ่งการปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาก็อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ไซนัสอักเสบ หอบหืดเรื้อรัง ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของเด็กในระยะยาว

ทำอย่างไรเมื่อสงสัยว่าเป็นภูมิแพ้?
ภูมิแพ้ส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคที่ส่งผลร้ายแรงกับชีวิต แต่เป็นโรคที่รบกวนการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก เมื่อสงสัยว่าเป็นภูมิแพ้จึงควรตรวจหาสาเหตุของการแพ้ เพื่อหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ

ในปัจจุบันมีวีธีที่สามารถตรวจหาสาเหตุได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียงสำหรับลูกน้อย  นั่นคือการทดสอบทางผิวหนัง (Skin Prick Test) การทดสอบทางผิวหนัง เป็นการทดสอบโดยการหยดน้ำยาหรือสารก่อภูมิแพ้ลงบนผิวหนัง ซึ่งมีทั้งสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ สารก่อภูมิแพ้ที่เป็นอาหาร โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเลือกใช้ชนิดของน้ำยามากน้อยต่างกันในผู้เข้ารับการทดสอบแต่ละราย เมื่อหยดน้ำยาแล้วแพทย์จะใช้เข็มสะกิดตรงกลางของหยดน้ำยา ถ้าผู้เข้ารับการทดสอบแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นก็จะเกิดปฎิกิริยาขึ้นโดยเกิดรอยนูนและผื่นแดง ทำให้ทราบทันทีว่าผู้ป่วยมีปฏิกิริยาและเกิดอาการแพ้ต่อสารชนิดใด ภายใน 15 นาทีหลังการทดสอบ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@cdc

เราทดสอบภูมิแพ้ เพื่ออะไร?

  • หาสาเหตุการแพ้ และต้นตอของอาการแบบเจาะจง
  • วางแผนการรักษา หรือหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้นั้น เพื่อลดความรุนแรง และควบคุมอาการแพ้ให้ดีขึ้น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนมาทดสอบทางผิวหนัง

  • ควรงดยาแก้แพ้ และยาแก้หวัด อย่างน้อย 7 วัน ก่อนทำการทดสอบ
  • หากมีโรคประจำตัว หรือรับประทานยาใดเป็นประจำ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการทดสอบ
  • ควรสวมเสื้อแขนสั้น หรือเสื้อที่พับแขนขึ้นได้ เพื่อความสะดวกในการทดสอบ
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@mborisov

รู้แล้วต้องรักษาให้ตรงจุด!!
โรคภูมิแพ้เป็นโรคประจำตัว แม้การแพ้หลายอย่างจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกัน ควบคุม และรักษาอาการให้ดีขึ้นได้ โดยเริ่มจากการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เพื่อให้ไม่ให้เกิดอาการ หรือมีอาการลดน้อยลง การใช้ยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์จะทำให้อาการดีขึ้น และสุดท้ายควรทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือการจัดที่อยู่อาศัยให้มีสิ่งที่ผู้ป่วยแพ้น้อยที่สุด

เป็นอย่างไรกันบ้างคะหลังจากที่ได้อ่านบทความข้างต้นไปบ้างแล้วเพื่อนๆ ได้พบเจอกับสิ่งที่น่าสนใจมากมายเลยใช่ไหมคะเพื่อจะได้รู้ว่าโรคภูมิแพ้คืออะไรมีการแสดงอาการอย่างไรบนร่างกาย และภูมิแพ้เนี่ยส่งผลร้ายแรงกับชีวิตหรือเปล่าก็อย่างที่ได้กล่าวก็คือรบกวนการใช้ชีวิตอย่างมากนะคะ ปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าจะมีการรักษาที่สะดวกแต่ว่าผลข้างเคียงก็อาจจะเป็นเยี่ยงนั้นก็ DooDiDo แนะนำให้ลองทดสอบบนผิวหนังนะคะเพราะว่าเป็นการทดสอบที่ทำให้เราได้รู้ว่าเรานั้นลูกของเรานั้นแพ้สารอะไรบ้างถือว่าเป็นการป้องกันเบื้องต้นที่ดีมากเลยทีเดียวค่ะหลังจากนี้ก็เพื่อนๆสามารถนำพาลูกน้องของคุณไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลได้เลยนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.phyathai.com