มารู้จักวิธีการรักษาสุขภาพช่องปากของลูกให้แข็งแรง!!

WM

คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ 3 ท่า แปรงฟันให้ลูกน้อย เพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรง

สวัสดีค่ะ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกๆ ท่าน วันนี้พวกเราอยากที่จะมาแชร้เรื่องราวและข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพร่างกายของลูกน้อยกัน โดยในวันนี้พวกเราอยากที่จะนำเสนอวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากให้กับเด็กๆกันนะคะ จะเห็นว่าปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากของเด็กจะเกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่เด็กๆจะเจอกับปัญหาฟันผุ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่คุณพ่อและคุณแม่นั้นตามใจเด็ก ให้รับประทานอาหารหวาน ลูกอม และขนมขบเคี้ยวที่ทำลายสุขภาพฟัน  ดังนั้น วันนี้พวกเราจึงอยากจะพาทุกท่านมารู้จักวิธีการแปรงฟันที่จะสามารถลดอาการฟันผุของลูก ด้วยวิธีการแปรงฟันที่ปลอดภัยและยังสามารถที่จะช่วยให้สุขภาพฟันแข็งแรงได้ มารู้จักกับวิธีการแปรงฟัน 3 ท่าที่สามารถทำตามได้ง่ายในบทความนี้กัน

เพราะ “ลูก” คือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับพ่อแม่ พ่อแม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกของตนนั้นสุขภาพแข็งแรง การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้สุขภาพแข็งแรง เมื่อลูกได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว พ่อแม่อย่าลืมดูแลสุขภาพปากของลูกด้วยนะคะ โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็ก  ถ้าฟันผุขึ้นมาคงจะสร้างความเจ็บปวดให้กับลูกไม่ใช่น้อย แต่จะแปรงฟันให้ลูกที่ไร ลูกก็ร้องไห้งอแงตลอดเลย วันนี้ Hello คุณหมอได้รวบรวม 3 ท่าไว้ แปรงฟันให้ลูกน้อย และวิธีการแปรงฟันให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันฟันผุมาฝากกันค่ะ  มีวิธีอย่างไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลย

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@blavon

 ทำไมสุขภาพฟัน ถึงสำคัญ

สุขภาพฟันของลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ พาลูกไปพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อเช็คสุขภาพปากอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะเป็นเพียงฟันน้ำนม แต่ถ้าหากไม่ดูแลใส่ใจจนปล่อยให้ฟันผุแล้วนั้นย่อมส่งผลเสียต่างๆตามมา ดังนี้

หากฟันน้ำนมผุไว ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ฟันแท้ผุไวขึ้น เมื่อฟันน้ำนมผุไว ทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นมาช้ากว่าปกติ หรือ ฝันซ้อนฟันเอียงได้ง่าย ถ้าฟันน้ำนมผุหลายซี่ โดยอาการเจ็บปวดขณะฟันผุจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของลูกคุณได้ เช่น น้ำหนักตัวลดลง รับประทานอาหารได้น้อยลง หรือร้ายแรงถึงขั้นขาดสารอาหารได้เลย

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@shalevcohen

3 ท่า แปรงฟันให้ลูกน้อย เพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรง

ท่าที่ 1 ท่านี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 10 เดือนขึ้น วิธีทำก็แสนง่ายค่ะรับรองว่าทำท่านี้แล้วลูกของคุณดิ้นหนีไปไหนไม่ได้แน่นอนโดยจับลูกไว้ระหว่างขาเราสองข้าง และใช้ขาเราพาดทับแขนลูกไว้กันลูกใช้มือปัดขณะเราแปรงฟันให้ค่ะ และใช้ขาไขว้ล็อคตัวลูกไว้

ท่าที่ 2 เมื่อลูกของคุณโตในระดับนึงแล้วแต่ยังแปรงฟันไม่ค่อยสะอาดท่านี้เหมาะมากสำหรับพ่อแม่ โดย ยืนซ้อนด้านหลังของลูกให้หัวลูกพิงกับเราไว้และจับคางลูกเงยหน้าเล็กน้อย

ท่าที่ 3 ท่านี้เหมาะสำหรับเด็กโตที่สื่อสารกันรู้เรื่องในระดับนึงแล้ววิธีทำคือเรานั่งบนเก้าอี้โดยห้อยขาให้ไว้กันแล้วให้ลูกเอนตัวพิงเราตรงช่องว่างขาที่ไขว้กัน เราจับประคองหัวลูกไว้และลูกเงยหน้า

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@thehumbleco

วิธีการแปรงฟันให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันฟันผุ

แปรงฟันตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น ด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 500 ppm ในปริมาณขนาดแตะปลายขนแปรงพอชื้น

เลือกแปรงสีฟันที่มีลักษณะขนแปรงนุ่ม หน้าตัดเรียบ หัวเล็กที่สามารถครอบคลุมฟันประมาณ 3 ซี่ และมีด้ามจับที่ใหญ่ ให้ลูกอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนหรืออาจให้เด็กนอนบนตัก โดยที่สามารถแปรงฟันได้อย่างรอบด้านและใช้ผ้าสะอาดเช็ดเหงือกในบริเวณที่เหลือ

เช็ดลิ้นด้วยผ้าสะอาด และเช็ดฟองที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ควรใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้จับแปรงช่วยประคองคาลูก ใช้นิ้วช่วยดันแก้ม และริมฝีปากออก เพื่อให้เห็นบริเวณที่จะแปรง วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้แปรงสีฟันกระแทกถูกริมฝีปาก หรือกระพุ้งแก้มของเด็ก

เห็นไหมคะว่า หากไม่ดูแลสุขภาพปากของลูกน้อยอย่างใกล้ชิดแล้วจะส่งผลเสียขนาดไหน และที่สำคัญอย่าปล่อยให้ลูกแปรงฟันคนเดียวเพราะขนาดเราเป็นผู้ใหญ่ยังแปรงฟันไม่สะอาดเลย ควรแปรงฟันให้ลูกจนถึงอายุประมาณ 7-8 ขวบ ซึ่งจะเป็นช่วงอายุที่เด็กมีการพัฒนาของกล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดีแล้ว ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลความสะอาดช่องปากและฟันให้ลูกเป็นประจำเพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรงของลูกเรานะคะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ก็จบกันไปแล้วนะคะกับเรื่องราวและข้อมูลดีๆ ที่เรา DooDiDo ได้นำมาฝากในวันนี้ โดยพวกเราหวังว่าคุณพ่อและคุณแม่จะมั่นตรวจสอบสุขภาพช่องปากของลูกน้อย  การแปรงฟันที่ถูกต้องจะช่วยให้สุขภาพช่องปากของลูกน้อยนั้นห่างไกลจากอาหารฟันผุได้อย่างแน่นอนคะ อย่างไรก็ตาม คุณพ่อและคุณแม่เองก็ต้องห้ามส่งเสริมการรับประทานอาหารที่มีหวาน หรือการอมลูกกวาดจำนวนมากเกินไปด้วยนะคะ เพราการทานอาหารหรือขนมที่มีรสชาติอาจจะผลให้ลูกน้อยที่โรคอื่นๆตามมาในอนาคตนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.sanook.com