มารู้จักกับ “แมวเปอร์เซีย” แมวผู้ดี แมวลูกคุณ เจ้าเหมียวผู้สง่างาม

WM

แมวเปอร์เซีย ผู้สง่างามและว่านอนสอนง่าย เรื่องน่ารู้ก่อนรับน้องมาเลี้ยง!!

ร้อยทั้งร้อยเชื่อเลยว่าเพื่อนๆ ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าเหมียวแสนสวย ที่ไม่ได้สวยเพียงแค่ชื่อแต่ตัวของแมวสายพันธุ์ก็สวยมากเช่นกัน และวันนี้พวกเราขอนำเสนอน้องแมวสายพันธุ์เปอร์เซียนั้นเองค่ะ แมวสายพันธุ์จัดได้ว่าเป็นแมวสายพันธุ์ที่มีคนนิยมเลี้ยงค่อนข้างมาก โดยความโดดเด่นของหน้าตา ขน และความสวย ทำให้แมวสายพันธุ์เองก็เป็นแมวที่ได้รับความนิยมในการประกวดแมวสวยงามอยู่บ่อยครั้ง เพื่อนๆบางท่านตัดสินใจที่จะเลี่ยงเพราะแมวสายพันธุ์ค่อนข้งาจะเรียบร้อย อ่อนหวาน และเป็นมิตรกับมนุษย์ อย่างไรก็ตาม อยากจะทำความรู้จักเพิ่มเติมกับเจ้าเหมียวสายพันธุ์เปอร์เซียกันมากขึ้นละก็ มาอ่านสิ่งดีๆที่เรานำมาเสนอในบทความข้างใต้นี้กันคะ

แมวพันธุ์เปอร์เซียผู้สง่างามและว่านอนสอนง่ายขึ้น ชื่อเรื่องความเงียบขรึมและอ่อนหวาน แม้ว่าแมวพันธุ์เปอร์เซียมักจะเป็นแมวที่สงบและง่าย ๆ น้องแมวอาจจะไม่ได้อารมณ์เสีย ชอบขู่ฟ่อหรือข่วนบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแมวเปอร์เซียจะไม่รู้สึกรำคาญเมื่อถูกเด็กหรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ ส่งเสียงดัง อย่างไรก็ตาม ถ้าเจ้าของปฏิบัติต่อแมวพันธุ์เปอร์เซียด้วยความเคารพและความอ่อนโยน ก็จะได้รับรางวัลด้วยการมาหนุนตัก หรือยอมให้ลูบตัวขณะแปรงขน หากคุณต้องการเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะตอบแทนความทุ่มเทและความรักทั้งหมดของคุณแล้วล่ะก็ แมวเปอร์เซียก็เป็นแมวที่เหมาะกับครอบครัวของคุณ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@nihalkarkala

มาดูลักษณะของแมวเปอร์เซียกันเถอะ!

สถิติที่สำคัญของแมวเปอร์เซีย

  • อายุขัย: 10 ถึง 15 ปี
  • ความยาว: 14 ถึง 18 นิ้วไม่รวมหาง
  • น้ำหนัก: 3-5 กิโลกรัม
  • แหล่งกำเนิด: เปอร์เซีย (ปัจจุบันคือประเทศอิหร่าน)

ประวัติความเป็นมาของแมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซียเป็นแมวสายพันธุ์เก่า สำหรับผู้ที่รักแมวที่สง่างามจะไม่แปลกใจเลยที่ความงามเกิดขึ้นในแหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมีย ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อว่าเปอร์เซียและปัจจุบันเป็นประเทศอิหร่าน ขนยาวของแมวเปอร์เซียเป็นผลมาจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ รูปลักษณ์ที่โดดเด่นของแมวเปอร์เซียดึงดูดความสนใจของ Pietro Della Valle ขุนนางชาวอิตาลีและนักเดินทางรอบโลกในศตวรรษที่ 17   ซึ่งเป็นผู้นำแมวขนยาวตัวแรกไปยังยุโรปในปี ค.ศ. 1626 ในเวลานั้น แมวเปอร์เซียมีขนสีเทาที่เป็นมันวาว แต่ต้องขอบคุณคนพัฒนาแมวสายพันธุ์เปอร์เซียที่ทำให้มีสีที่หลากหลายเหมือนในปัจจุบัน

จนกระทั่งในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อการผสมพันธุ์และการแสดงแมวกลายเป็นที่นิยม แมวขนยาวจากเปอร์เซีย ตุรกี อัฟกานิสถานและถิ่นที่อยู่อื่น ๆ จึงรู้จักกันในชื่อแมว “เอเชียติก” และมักจะถูกผสมพันธุ์กัน ในงานแสดงแมวที่ The Crytal Palacr ในปี ค.ศ. 1871 แมวเปอร์เซียเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่จัดแสดง น้องเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมในยุคนั้นเนื่องจากสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียทรงโปรดปรานพันธุ์นี้ แม้แต่ในยุควิกตอเรียการคบหากับ “คนดัง” ก็ทำให้สัตว์ เป็นที่ต้องการ

นักพัฒนาสายพันธุ์แมวเริ่มปั้นเปอร์เซียให้เป็นรูปลักษณ์ในปัจจุบันด้วยการคัดเลือกพันธุ์ พวกเขาพัฒนาแมวให้มีหัวกลม หน้าสั้น จมูกแบน แก้มอ้วน หูเล็กกลม ตาโตและร่างกายแข็งแรง ขนยาวกว่าแมวแองโกราและขาสั้นกว่าด้วย ในไม่ช้าแมวเปอร์เซียก็มีความนิยมแซงหน้าชาวแองโกรัส

ในสหรัฐอเมริกาแมวเปอร์เซียถูกนำเข้ามาครั้งแรกในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 แล้วก็กลายเป็นที่นิยมแทนแมวเมนคูน ในช่วงเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมาแมวเปอร์เซียได้กลายเป็นสายพันธุ์แมวที่เป็นที่รักที่สุดในโลกโดยได้รับรางวัลจากรูปลักษณ์ที่สวยงามและบุคลิกที่น่ารัก

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@rebaspike

ขนาดของแมวเปอร์เซีย

เป็นพันธุ์แมวขนาดกลาง แมวเปอร์เซียมักมีน้ำหนักตั้งแต่ 3 ถึง 5 กิโลกรัม

บุคลิกของแมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซียผู้สง่างามและว่านอนสอนง่ายขึ้นชื่อเรื่องความเงียบขรึมและอ่อนหวาน น้องแมวพันธุ์นี้เป็นเครื่องประดับของทุกบ้าน แมวเปอร์เซียเพลิดเพลินกับการนอนตักเจ้าของ ชอบให้ลูบคลำจากเจ้าของที่ยกยอปอปั้นและให้เกียรติเป็นพิเศษ ยอมเล่นกับเด็กเมื่อเด็กแปรงขนให้ด้วยความสุภาพ ใส่ในรถเข็นเด็กแล้วพาไปเดินเล่น ทำกิจกรรม ด้วย แล้วก็เลี้ยงดูด้วยอาหารดี ๆ แมวเปอร์เซียน่ารักมากแต่ก็เลือกปฏิบัติด้วย น้องแมวจะสงวนความสนใจสำหรับสมาชิกในครอบครัวและแขกไม่กี่คนที่พวกเขารู้สึกว่าสามารถไว้วางใจได้

สภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ของแมวเปอร์เซีย น้องเป็นแมวใจเย็นที่ชอบบ้านเงียบสงบและมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน ด้วยดวงตาขนาดใหญ่และน้ำเสียงที่นุ่มนวล น่าฟังเหมือนดนตรี แมวเปอร์เซียมีความต้องการที่เรียบง่ายแค่มื้ออาหารปกติ เวลาเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยหนูปลอมและก้านขนนก แน่นอนว่าถ้าปฎิบัติตัวเป็นอย่างดีแล้ว ก็จะได้รับความรักมากมายกลับมาเป็นสิบเท่า แมวเปอร์เซียไม่ใช่พันธุ์ฺที่ชอบปีนผ้าม่าน กระโดดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์ครัวหรือเกาะบนตู้เย็น น้องมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้ปกครองอาณาจักรบนพื้นหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เข้าถึงได้มากกว่า เมื่อเจ้าของทำงานหรือวุ่นอยู่ในบ้าน แมวเปอร์เซียก็พอใจที่จะนั่งเฉย ๆ เป็นไม้ประดับบนเก้าอี้ โซฟาหรือเตียงนอนจนกว่าเจ้าของจะว่างและกลับไปชื่นชมน้องแมว ให้ความสนใจอย่างเต็มใจแม้ว่าน้องไม่เคยต้องการเลยก็ตาม

ลักษณะของแมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซียมีลักษณะที่โดดเด่นคือหัวกลมโต ดวงตากลมโต จมูกสั้น แก้มเต็ม และหูขนาดเล็กที่มีปลายมน คอที่สั้น หนาและมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ขาของแมวเปอร์เซียนั้นสั้น หนาและแข็งแรง มีอุ้งเท้าที่กลมโตแ หางสั้น แต่ได้สัดส่วนกับความยาวของร่างกา ขนยาวหนามันวาวเป็นเนื้อละเอียดช่วยเติมเต็มลุคของแมวเปอร์เซีย ขนจะยาวทั่วร่างกายและมีเยอะเป็นพิเศษรอบคอ ระหว่างขาหน้า กระจุกหูและปลายเท้า

แมวเปอร์เซียมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน บางประเภทที่เรียกว่า Peke-face มีใบหน้าที่แบน จมูกบี้ คิดให้ดีถึงปัญหาการหายใจที่แมวเปอร์เซียประเภทนี้อาจเป็นก่อนตัดสินใจซื้อ ส่วนประเภทmujgiupfd doll-face มีใบหน้ากลมเหมือนตุ๊กตา เป็นพันธุ์ยอดฮิตที่คนนิยมเลี้ยง ยิ่งแมวเปอร์เซียสีขาวหน้ากลม ใครเห็นครั้งแรก็ตกหลุมรักแล้ว

แมวเปอร์เซียทุกตัวโดดเด่นด้วยสีและลวดลายของขนที่หลากหลาย มีทั้งแมวเปอร์เซียสีขาว สีน้ำเงิน สีดำ สีแดง สีครีม สีช็อกโกแลต สีไลแลก สีเงินและสีทอง นอกจากนี้ยังมีสีเทา สองสี สามสีและลายเสือ รวมไปถึงมีลักษณะแบบแมวหิมาลายัน สีตาใกล้เคียงกับสีขน ตัวอย่างเช่น แมวเปอร์เซียสีขาวมีดวงตาสีฟ้าเข้มหรือสีทองแดงสุกใส แมวเปอร์เซียสีทึบมีดวงตาสีทองแดงสดใส แมวเปอร์เซียสีเงินและสีทองมีดวงตาสีเขียวหรือสีฟ้าอมเขียว

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@sunaonne

สุขภาพของแมวเปอร์เซีย

แมวที่มีใบรับรองสายพันธุ์และแมวพันธุ์ผสมมีอุบัติการณ์ของปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกันซึ่งอาจเป็นพันธุกรรมตามธรรมชาติ แม้ว่าน้องจะสวยและอ่อนหวาน แต่แมวเปอร์เซียก็มีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาสุขภาพหลายประการซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างใบหน้าดังนี้

  • หายใจลำบากหรือหายใจมีเสียงดังที่เกิดจากรูจมูกตีบ
  • การสบฟันผิดปกติ (หมายถึงฟันสบไม่สนิท)
  • มีน้ำตาไหลตลอดเวลา
  • ปัญหาที่ตา เช่น เชอรี่อาย หลับตาไม่สนิท มีน้ำตาไหลตลอดเวลา หรือเปลือกตาม้วนเข้า
  • ไวต่อความร้อน
  • โรคถุงน้ำที่ไต ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม
  • ติดเชื้อราเป็นโรคกลาก
  • เกิดอาการคันผื่นแดงและขนร่วง

การดูแลแมวเปอร์เซีย

นั้นไม่ได้สะอาดและไม่พันด้วยตัวเอง ควรหวีและแปรงอย่างเบามือแต่ทั่วถึงทุกวัน อาบน้ำเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งก็จะเยี่ยมมาก

อีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาคือปัญหาเรื่องกระบะทรายแมว ของเสียอาจติดอยู่ในอุ้งเท้าหรือขนของแมวเปอร์เซีย หากแมวและกระบะทรายไม่ได้รับการดูแลให้สะอาดอย่างพิถีพิถัน แมวเปอร์เซียมีแนวโน้มที่จะเลิกใช้กระบะทรายแมว

แมวเปอร์เซียจะมีน้ำตาไหลตลอดเวลา ควรเช็ดมุมตาให้สะอาดทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคราบใต้ตา แปรงฟันเพื่อป้องกันโรคปริทันต์ สุขอนามัยของฟันทุกวันดีที่สุด แต่การแปรงฟันทุกสัปดาห์ก็จะเยี่ยมยอดมาก

เป็นความคิดที่ดีที่จะให้แมวเปอร์เซียเป็นแมวเลี้ยงในบ้านเท่านั้น น้องไม่ใช่แมวชอบผจญภัย เข้ากันไม่ค่อยได้กับแมวอื่น สุนัขและอันตรายอื่น ๆ ที่ต้องเผชิญเมื่อออกไปข้างนอก ขนของแมวเปอร์เซียไม่เหมาะสำหรับออกไปรับฝุ่นหรือสิ่งสกปรกภายนอกบ้าน ถ้าพาออกไปเที่ยวนอกบ้านก็ต้องดูแลขนน้องเป็นพิเศษ แถมถ้าหลุดออกไปแล้วเจ้าของไม่เห็น ก็เสี่ยงต่อการถูกขโมยจากคนที่อยากมีแมวสวย ๆ โดยไม่ต้องจ่ายเงิน

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/rebaspike-21022195/

เด็กและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ

แมวเปอร์เซียไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเด็กและสุนัขที่อึกทึกในบ้าน แต่น้องก็ไม่รังเกียจที่จะเป็นเป้าหมายของการเอาใจใส่ของเด็กที่อ่อนโยนหรือการถูตัวพร้อมกับสุนัขที่เป็นมิตร ที่จะไม่ไล่ตามหรือทำให้น้องวิตกกังวลจนเกินไป

พลาดไม่ได้แล้วกับแมวสุดน่ารักอย่างเปอร์เซีย

เอาล่ะ สำหรับใครที่โดนตก น้องแมวเปอร์เซียราคาก็เริ่มต้นตั้งแต่ 8,000 บาทขึ้นไป (มีใบรับประกันสายพันธุ์) ทั้งนี้ราคาจะแพงมากน้อย ขึ้นอยู่กับเพศ สายพันธุ์ สีขน สีตา และฟาร์มที่เลี้ยงด้วย ต้องระวังน้องแมวเปอร์เซียราคาถูก เพราะอาจไม่ได้รับประกันสายพันธุ์ ยังไงต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อนะจ๊ะ แล้วก็ต้องดูแลน้องให้ดี ระวังโรคที่จะเกิดด้วย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อราแมวหรืออาการท้องเสีย

มาถึงในส่วนนี้กันแล้ว เพื่อนๆ ที่เป็นทาสแมวหรือกำลังเริ่มศึกษาข้อมูลของน้องแมวสายพันธุ์ประกวดนี้รู้สึกอย่างไรกันบ้างคะ จะเห็นได้ว่าน้องแมวพันธุ์เปอร์เซียนั้นมีอยู่หลากหลายด้วยนะคะ DooDiDo แนะนำว่าหากเพื่อนๆ ต้องการที่จะเลี้ยงน้องแมวพันธุ์ตำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลของน้องก่อนเลี้ยง เพราะค่อนข้างาที่จะต้องการการเอาใจใส่ เพราะด้วยลักษณะทางร่างกายเกี่ยวกับจมูก ส่งผลให้น้องมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ หากพบปัญหาที่ส่งผลไม่ดีกรุณาพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเร่งด่วนนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.hospetal.co.th