มาตรวจสอบอาการแพ้อาหารของลูกน้อยก่อยสายไป!!

WM

หากลูกคุณแพ้อาหาร…ลองมารู้จัก Oral Food Challenge Test

วันนี้พวกเราจะมานำเสนอหัวข้อที่น่าสนใจอย่างมากเลยค่ะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นห่วงสุขภาพร่างกายของลูกน้อยเมื่อเราค้นพบว่าลูกของเรานั้นมีอาการแพ้อาหารบางชนิด โดยที่คุณขึ้นมาเองก็รู้เหมือนกันว่าเขาแพ้ได้อย่างไร  แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็จะรู้โดยสัญชาตญาณเพราะว่าเป็นสิ่งที่สูงต่อมาทางพันธุกรรมนั้นเองนะคะ อาการแพ้ของลูกน้อบสามารถพบได้อย่างหลากหลาย อาทิ แพ้อาหารทะเล แพ้อาหารประเภทถั่ว หรือแพ้อาหารประเภทที่มีแลคโตส สำหรับบทความวันนี้เราก็อยากจะมาพาเพื่อนๆ มารู้จักกับ Oral Food Challenge Test ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการหาว่าลูกของคุณแพ้อาหารประเภทไหนบ้าง อย่ารอช้าที่จะอ่านบทความดีๆ นี้สามารถอ่านต่อได้เลยบทความนี้นะคะ

ถ้าลูกน้อยของคุณมีอาการที่สงสัยว่าอาจแพ้อาหาร หรือตรวจแล้วพบว่ามีภาวะแพ้อาหาร และต้องระแวดระวังในการกินอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าพ่อแม่มักจะกังวลว่าอาหารอะไรที่จะเป็นอันตรายต่อลูก ถ้าอย่างนั้นลองมาทดสอบการแพ้อาหารให้รู้กันไปเลย เพื่อการหลีกเลี่ยงและจะใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@kellysikkema

การทดสอบการแพ้อาหารที่สงสัยโดยการให้ลองรับประทาน

การทดสอบการแพ้อาหารที่สงสัยโดยการให้ลองรับประทาน (oral food challenge test) เป็นการยืนยันการวินิจฉัยโรคที่น่าเชื่อถือมากที่สุด คือการให้ผู้ป่วยลองรับประทานอาหารที่สงสัยแล้วสังเกตอาการที่เกิดขึ้น ไม่ว่าการแพ้อาหารนั้นจะเกิดจาก IgE หรือไม่ใช่จาก IgE ก็ตาม โดยที่…

ถ้าเป็นกลุ่มที่เกิดจาก Ig E มักจะมีอาการภายในไม่เกิน 24-48 ชม.หลังกิน

แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่ Ig E จะเกิดช้ากว่า อาจจะต้องสังเกตอาการนานเกือบ 1 สัปดาห์

การทำOFC มีความหลากหลาย ทั้งนี้สามารถปรับตามความเหมาะสม ขึ้นกับอาการแสดงของผู้ป่วย และดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา รวมทั้งเป็นการประเมินว่าผู้ป่วยหายจากการแพ้อาหารนั้นแล้วหรือยัง

 หากจะทำการทดสอบ…ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ผู้ป่วยต้องสบายดี ไม่มีอาการเจ็บป่วยอะไรอย่างน้อย 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนวันที่ทำการทดสอบ รวมทั้งงดรับประทานยาแก้แพ้แอนตี้ฮีสตามีน นอกจากนี้ยังต้องมีการขอความยินยอม (inform consent) อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ปกครองซึ่งได้ รับทราบถึงขั้นตอนและวิธีการทำประโยชน์และความเสี่ยงในการทดสอบก่อนเริ่มทำการทดสอบ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@ogeniofilms

เลี่ยงอาการรุนแรงจากการแพ้ฉับพลันได้ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์

ในกรณีที่มีอาการแพ้รุนแรงเฉียบพลันควรทำการทดสอบในหอผู้ป่วยของโรงพยาบาลที่มีบุคลากรทางการแพทย์ดูแลอาการอย่างใกล้ชิด มียาและอุปกรณ์ช่วยชีวิตเตรียมพร้อมเช่น Adrenaline ขณะที่ทำการทดสอบ เช่น อาการแพ้อย่างรุนแรง (anaphylaxis) และกลุ่มอาการ food protein induced enterocolitis (FPIEs) โดยควรพิจารณาเปิดเส้นเลือดดำ (intravenous access) ก่อนทำการทดสอบเอาไว้ก่อน แต่ในทางปฎิบัติเราอาจจะยกเว้นการทำ OFC ในผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้อย่างรุนแรง (anaphylaxis) ในช่วง 1 ปีที่ผ่ามมา หรือผู้ป่วยที่มีระดับภูมิต่อต้านที่สูงอยู่ เช่น cow’s milk specific IgE > 5 kUA/L (อายุ <2 ปี) และ> 15 kUA/L (อายุ > 2 ปี)

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@hannahtasker

ขั้นตอนการทดสอบด้วยการทานอาหารที่สงสัยว่าแพ้

สำหรับปริมาณอาหารที่สงสัยที่จะนำมาทำการทดสอบ แพทย์ผู้ทำการทดสอบจะให้เด็กเริ่มทานอาหารที่สงสัยว่าแพ้ในปริมาณ 5-10% ของปริมาณที่ควรได้รับตามปกติก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 2 เท่าในอีกทุกๆ 15 นาทีต่อมาและเฝ้าดูอาการที่เกิดขึ้น จนสามารถทานได้ในปริมาณปกติที่เด็กคนนั้นจะสามารถรับประทานได้ และให้ทานแทนอาหารปรกติทุกมื้อต่อไป โดยต้องสังเกตอาการต่ออย่างน้อย 24 -48 ชั่วโมง ถ้าไม่มีอาการอะไรก็แปลว่าผู้ป่วยไม่แพ้หรือหายจากการแพ้แล้ว แต่ในกรณีที่อาการของคนไข้เป็นแบบล่าช้าจะต้องสังเกตอาการไปนานอย่างน้อย 7 วัน

มาถึงในส่วนท้ายของบทความมาค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างคะกับอุปกรณ์ที่เรา DooDiDo ได้นำเสนอข้างต้นเกี่ยวกับการตรวจสอบการตรวจสอบอาการแพ้อาหารของลูกน้อยก่อนสายไป  ก็จะเห็นได้ว่าพวกเราได้นำเสนอวิธีการทดสอบง่ายๆนั่นคือ Oral Food Challenge Test  ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการตรวจสอบว่าลูกของคุณนั้นได้แพ้อาหารชนิดใดหรือว่าหายจากการแพ้อาหารชนิดนั้นไปแล้วได้รับการรองรับอย่างดีจากศูนย์การแพทย์ชั้นนำทั่วไปที่ได้นำระบบการทดสอบนี้มาตรวจสอบอาการแพ้อาหารนะคะ   คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่รู้ว่าลูกของเรานั้นแพ้อะไรสามารถที่จะนำลูกของเราไปตรวจสอบหาอาหารที่ลูกของเราแพ้ได้ที่โรงพยาบาลเลยค่ะหวังว่าลูกของคุณจะมีสุขภาพที่แข็งแรงทุกๆวันนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.phyathai.com