มาดู!! 14 สัญญาณเตือนของโรคฮีทสโตรก เพื่อให้รู้เท่าทันถึงโรค

WM

รู้ทันวิธีการป้องกันอาการจาก”โรคฮีทสโตรท”

“ฮีทสโตรก” หรือโรคลมแดด นั่นเป็นโรคที่มักจะมาพร้อมกับหน้าร้อนโดยส่วนใหญ่ แล้วยิ่งถ้าหากเป็นในพื้นที่ประเทศไทยแล้วก็ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่เลยล่ะค่ะ  ลำพังแค่ฤดูหนาวยังร้อน แล้วฤดูร้อนจะร้อนขนาดไหน แล้วในหน้าร้อนทุกๆ ปีของไทยเรานั้นก็ยังดูจะมีแนวโน้มที่จะเพิ่งสูงขึ้นอยู่ทุกๆ ปี ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามด้วยอากาศร้อนๆ สุดกู่จากหน้าร้อนของเรานั้นทำให้มีจำนวนผู้ที่ป่วยเป็นฮีทสโตรกหรือโรคลมแดดมากขึ้น เนื่องจากอากาศที่ร้อนเกินขนาดที่ว่าร่างกายคนเหล่านั้นจะทนไหว

เนื่องจากสภาพอากาศของบ้านเราร้อนขนาดนี้นั่นทำให้ไม่ว่าใครก็ตาม สามารถเกิดอาการฮีทสโตรกขึ้นมาได้เสมอ ดังนั้นแล้วเราจึงนำ สัญญาณเตือนของโรคฮีทสโตรก เพื่อให้รู้เท่าทันถึงโรคนี้พร้อมกับวิธีการป้องกันอาการจากโรคฮีทสโตรท มาฝากทุกคนค่ะ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://www.freepik.com/cookie-studio
  1. เหงื่อออกมากกว่าปกติ ในบางคนเหงื่อไม่ออกจากร่างกายเลย ทั้งที่ร้อนมาก (เข้าขั้นน่าวิตก)
  2. หายใจเร็ว
  3. หน้าแดง
  4. กล้ามเนื้อเกร็ง เป็นตะคริว
  5. มึนงงสับสน
  6. ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ
  7. รู้สึกกระหายน้ำมากเป็นพิเศษ
  8. วิงเวียนปวดศรีษะ
  9. หัวใจเต้นเร็วแต่แผ่วเบา
  10. คลื่นไส้อาเจียน
  11. รู้สึกสับสน
  12. รูม่านตาขยาย
  13. ความรู้สึกตัวเริ่มน้อยถอยลง
  14. เกิดอาการชัก

สำหรับการปรับพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคฮีทสโตรก

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@enginakyurt

1. ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้านในวันที่มีอากาศร้อนจัด

2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เพราะว่าสารเหล่านั้นจะยิ่งไปกระตุ้นให้ร่างกายขับถ่ายปัสสาวะมากขึ้น ยิ่งทำให้เรามีภาวะขาดน้ำมากขึ้นตามมา

3. หลีกเลี่ยงอาหารมื้อใหญ่ที่เต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรต หรือกลุ่มแป้งและน้ำตาล รวมถึงกลุ่มที่มีโปรตีนปริมาณสูง เพราะว่ากระบวนการย่อยอาหารจะใช้เวลานานมากขึ้น ส่งผลข้างเคียงทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามมานั่นเอง อย่างไรก็ตามมีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า การรับประทานอาหารเผ็ดร้อนจะช่วยคลายร้อนได้เช่นกัน เพราะทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมา และปลดปล่อยความร้อนส่วนเกินในร่างกายออกมาได้

4. ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน โปร่งสบายระบายอากาศได้ดี ผ้าที่มีส่วนผสมของใยฝ้ายและลินิน ไม่หนา น้ำหนักเบา และสามารถระบายอุณหภูมิความร้อน รวมถึงป้องกันแสงแดดได้

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://www.pexels.com/th-th/@ketut-subiyanto

5. การเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ไม่เฉพาะในช่วงกลางวันเท่านั้น ยังต้องคำนึงถึงช่วงกลางคืนด้วย ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบาสำหรับปูที่นอนและสวมใส่ ก็สามารถช่วยได้

6. ปิดม่านในห้องนอนในช่วงกลางวัน และถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ก็ช่วยลดความร้อนภายในห้องนอนได้อีกวิธี

7. ก่อนออกจากบ้านควรใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF15 ขึ้นไป

8. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในวันที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะก่อนการออกกำลังกาย หรืออยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานาน แต่หากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนนาน ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม และแม้จะทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว

9. ในเด็กเล็กและคนชราควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยให้อยู่ในห้องที่มีอากาศระบายได้ดี และไม่ให้เด็กหรือคนชราอยู่ในรถที่ปิดสนิทตามลำพัง

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/geralt-9301/

10. ในกรณีที่จะต้องไปทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ควรเป็นบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 30 นาที เพื่อให้ร่างกายเคยชินกับสภาพอากาศร้อนจัด

11.ในวันที่ร้อนจัด สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือ อยู่ภายในอาคารหรือที่ร่ม หรือ สถานที่มีเครื่องปรับอากาศให้ได้มากที่สุด

12. สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้ ในช่วงวันสองวันแรกอาจจะต้องลดกิจกรรมหนักๆ ไปก่อน เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนจัดเสียก่อน

สำหรับบางคนนั้นอากาศร้อนๆ ของบ้านเราอาจจะร้อนเกินไป แล้วยิ่งหากว่าในหน้าร้อนยังร้อนได้มากกว่านี้อีกแล้วล่ะก็ผู้ป่วยที่มีอาการฮีทสโตรกก็จะมีเพิ่มมากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ใช่มั้ยล่ะค่ะ ซึ่งแน่นอนค่ะว่าอาการนี้เป็นอาการเป็นลม และ DooDiDo คิดว่าถ้าหากว่าพูดถึงอาการเป็นลมนั้นก็เป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ซึ่งบางคนก็ไม่อาจจะรับมือได้ทันท่วงที ดังนั้นแล้วถ้าหากเรารู้สึกวิธีการรับมือกับโรคนี้ เราก็สามารถที่จะช่วยเหลือ แก้ปัญหาให้กับผู้ป่วยโรคนี้ที่อาจจะบังเอิญผ่านมาเจอได้ทันท่วงทีนั่นเองค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.aroundonline.com