มาดู!! วิธีเลือกซื้อรองเท้าสุขภาพผู้หญิงอย่างไร ให้คุ้มค่า ปกป้องเท้า

WM

แนะนำ 9 เทคนิค ในการเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพสำหรับคุณผู้หญิง
ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบการเดินเที่ยวช็อปปิ้งหรือลุยงานหนัก ๆ และต้องเดินมาก ๆ อย่างงานพยาบาล หรืองานแอร์โฮสเตส ก็ยิ่งทำให้เท้าต้องทำงานหนักและควรได้รับการดูแลเอาใจ ใส่มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งอุปกรณ์หนึ่งที่สามารถช่วยรักษาสุขภาพเท้าให้ผู้หญิงได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือ รองเท้าเพื่อสุขภาพผู้หญิงนั่นเองคะ

สุขภาพเท้ามักจะเป็นสิ่งที่คนเรามองข้าม แต่ความเป็นจริงแล้วสุขภาพเท้านั้นมีความสำคัญไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่น ๆ เลยทีเดียว เพราะอวัยวะที่ใช้ในการรองรับน้ำหนักตัวของร่างกายก็คือเท้านั่นเอง ยิ่งถ้าคุณเป็นผู้ที่ต้องยืนหรือเดินเป็นระยะเวลานานๆ การให้ความสำคัญกับสุขภาพของเท้าก็ยิ่งมีความจำเป็นและต้องใส่ใจมากขึ้นเท่านั้น

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/tookapic-1386459/

มีความเข้าใจผิดว่า รองเท้าเพื่อสุขภาพที่ดีต้องมีราคาแพง เป็นความจริงที่ว่า บางครั้งเมื่อเราซื้อ รองเท้าเพื่อสุขภาพหญิง ราคาถูก มาใช้แล้ว กลับพบว่ารองเท้านั้นมีคุณภาพที่ไม่ดี สวมใส่ไม่สบาย แถมยังส่งให้เกิดอาการปวดหลัง หรือปวดเอ็นร้อยหวายได้ จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า แล้วจะเลือกซื้อ รองเท้าเพื่อสุขภาพหญิง ยี่ห้อใดดี จึงจะมีความคุ้มค่ามากที่สุด และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่พบว่า รองเท้าสุขภาพที่ดีจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ก็มีราคาสูงมาก จนเกินกำลังที่จะซื้อหามาใช้ได้ ทำให้ผู้หญิงหลายคนที่มีความจำเป็นจะต้องใช้รองเท้าเพื่อสุขภาพไม่สามารถตัดสินใจนำรองเท้ามาใช้งานได้

1. ระดับความนิ่มของพื้นรองเท้า รองเท้าเพื่อสุขภาพที่ดีจะมีความหนาของพื้นรองเท้าที่เหมาะสม กล่าวคือไม่ควรนิ่มหรือนุ่มเกินไปจนทำให้เกิดอาการยวบในขณะที่กำลังก้าวเดิน เพราะความนิ่มในระดับดังกล่าวจะทำเท้าต้องแบกรับภาระเพิ่มมากขึ้นในการก้าวย่างเพื่อเดินหรือวิ่ง แต่รองเท้าสุขภาพที่ดีควรมีระดับความนิ่มที่พอเหมาะ กล่าวคือไม่รู้สึกแข็งจนกระด้าง แต่ควรมีความนิ่มเมื่ออกแรงกดทับแล้วสามารถคืนตัวเมื่อปล่อยน้ำหนักในระหว่างการเดิน เพราะความแข็งที่มากเกินไปก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างกับการเดินเท้าเปล่าบนพื้นดินหรือพื้นคอนกรีตแข็ง ๆ ทำให้เท้าเกิดการระคายเคือง และยังต้องแบกรับแรงกระแทกจากพื้นไปพร้อม ๆ กับการรองรับน้ำหนักตัวอีกด้วย ซึ่งแรงสะท้อนในการเดินด้วยพื้นรองเท้าแข็ง ๆ จะส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลังของผู้สวมใส่รองเท้าได้โดยตรง หากปล่อยไว้นานก็จะทำให้เกิดอาการปวดหลัง หรือข้อต่อส่วนต่าง ๆ ได้2. ระดับความหนาของพื้นรองเท้า ความหนาของพื้น รองเท้าสุขภาพผู้หญิง ใส่ไปทำงาน วัดจากพื้นรองเท้าทั้งหมดที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของเท้าเอาไว้อยู่ ไม่ใช่ความสูงของส้นสูง ซึ่งหากพื้นรองเท้าบางเกินไปก็จะไม่สามารถลดแรงสั้นสะเทือนจากพื้นที่ส่งตรงมาที่ฝ่าเท้าได้ ทำให้ข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของเท้าและขาต้องแบกรับน้ำหนักที่ทิ้งตัวในระหว่างการเดินโดยตรง ส่งผลต่อสุขภาพเท้าของผู้สวมใส่โดยตรง

ดังนั้นรองเท้าสุขภาพที่ดีควรมีความหนาของพื้นที่เหมาะสม สามารถรองรับแรงกระแทกปละน้ำหนักตัวของผู้สวมใส่ในขณะก้าวเดินได้ดี จนไม่รู้สึกเจ็บเท้า หรือเกิดความติดขัดของข้อต่อหรือกระดูกส่วนต่าง ๆ ในระหว่างการก้าวเดินอยู่นั่นเอง และยังควรกระจายน้ำหนักในขณะก้าวเดินหรือยืนได้ดี โดยเฉพาะในขณะการทำงานที่ผู้หญิงมักต้องการความเร่งรีบและคล่องตัวเป็นสำคัญ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/moerschy-127417/

3. วัสดุของรองเท้ามีความยืดหยุ่นสูง แม้ว่ารองเท้าจะเป็นเครื่องมือที่อยู่ตัว กล่าวคือเมื่อตัดเย็บหรือขึ้นรูปเป็นรูปทรงใดแล้วก็จะอยู่ในสภาพนั้นตลอดไป แต่หากรองเท้านั้นมีความแข็ง หรือยืดหยุ่นได้น้อยก็อาจทำให้ผู้สวมใส่เกินอาการบาดเจ็บจากการเสียดสีในระหว่างการเดิน หรือเคลื่อนไหวได้ และยังทำให้นิ้วเท้าไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ หากปล่อยไว้นาน ๆ ก็อาจทำให้เกิดอาการเหน็บชา หรือเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณปลายนิ้วได้อย่างสะดวก จนเกิดเป็นอาการเจ็บปวดและอักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวได้ ดังนั้น รองเท้าเพื่อสุขภาพผู้หญิง ที่ดีจึงควรมีความยืดหยุ่นอย่างเหมาะสม ช่วยให้นิ้วเท้าสามารถเคลื่อนไหวได้มากที่สุด เพื่อลดและแก้ไขสุขภาพของเท้าผู้หญิงที่สวมใส่ให้ดีมากยิ่งขึ้น

4. รองเท้าที่มีองค์ประกอบส่วน Support เนื่องจากการแพทย์ในปัจจุบันนี้ ได้ทำการวิจัยค้นคว้าพบว่า บริเวณอุ้งเท้า คือ บริเวณที่รับน้ำหนักตัว ในขณะที่กำลังก้าวเดิน ซึ่งเป็นหลักการตามศาสตร์การแพทย์ทางด้านกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งการกระจายน้ำหนักตัวที่ดีเช่นนี้ยังส่งผลให้รูปเท้าอยู่ในลักษณะที่ดี ไม่มีอาการบิดเบี้ยว หรือเสียรูป อันเกิดจากการรองรับน้ำหนักตัวที่ผิดปกติเป็นระยะเวลานาน ๆ ยิ่งในกรณีของผู้หญิงบางคนที่โครงสร้างกระดูก และรูปเท้าผิดปกติมาแต่กำเนิด การสวมรองเท้าเพื่อสุขภาพที่มีส่วน Support ที่ดีจะช่วยแก้ไขอาการดังกล่าวได้

5. ความกว้างของพื้นรองเท้า และหน้าเท้า หากลองติดตามใน รองเท้าเพื่อสุขภาพผู้หญิงจะพบว่าลักษณะของรูปทรงรองเท้าเพื่อสุขภาพที่สำคัญนั้นก็คือความกว้างของพื้นรองเท้า และหน้าเท้านั่นเอง เพราะหากน้อยเกินไปก็จะทำให้เท้าเกิดความรู้สึกคับ หรือบีบรัดจนเกิดอาการเจ็บตัวได้ แม้ว่าในบางกรณีการบีบรัดความกว้างดังกล่าวจะช่วยให้เท้าของผู้สวมใส่ดูเพรียว และได้รูปสวยก็ตาม แต่กลับส่งผลร้ายต่อเท้าอย่างร้ายแรง ดังนั้นรองเท้าเพื่อสุขภาพที่ดีจึงควรมีความกว้างที่เพียงพอและเหมาะสม ช่วยให้รูปเท้าและนิ้วเท้าไม่เกิดลักษณะที่บิดเบี้ยว และยังไม่เกิดการเสียดสีในระหว่างการเคลื่อนไหวขาและเท้าอีกด้วย

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/moniquayle-3235038/

6. วัสดุที่นำมาผลิต วัสดุที่นำมาผลิตเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพนั้น นอกจากจะส่งผลต่อความนิ่ม แข็ง ยืดหยุ่น หรือรูปทรงที่เหมาะสมกับรูปทรงเท้าของผู้สวมใส่แล้ว ยังส่งผลต่อความแข็งแรงทนทานในการใช้งานรองเท้าเพื่อสุขภาพคู่นั้น ๆ อีกด้วย โดยองค์ประกอบของวัสดุที่ต้องพิจารณาในรองเท้าเพื่อสุขภาพนั้นอาจแบ่งออกเป็น 2 ส่วนนั้นก็คือส่วนซับใน และส่วนห่อหุ้ม ควรมีความนิ่มที่เหมาะสมไม่เสียดสีผิวในระหว่างการลองสวม มีความยืดหยุ่นไม่แข็งกรอบ รวมถึงการตัดเย็บมีความประณีตไร้รอยต่อที่กว้างหรือมีรอยต่อที่เชื่อมไม่สนิท ซึ่งจะส่งผลต่อความทนทานของรองเท้าเพื่อสุขภาพคู่นั้น ๆ เป็นอย่างมาก

โดยองค์ประกอบของวัสดุที่ต้องพิจารณาในรองเท้าเพื่อสุขภาพนั้นอาจแบ่งออกเป็น 2 ส่วนนั้นก็คือส่วนซับใน และส่วนห่อหุ้ม ควรมีความนิ่มที่เหมาะสมไม่เสียดสีผิวในระหว่างการลองสวม มีความยืดหยุ่นไม่แข็งกรอบ รวมถึงการตัดเย็บมีความประณีตไร้รอยต่อที่กว้างหรือมีรอยต่อที่เชื่อมไม่สนิท ซึ่งจะส่งผลต่อความทนทานของรองเท้าเพื่อสุขภาพคู่นั้น ๆ เป็นอย่างมาก

7. รูปแบบรองเท้า หลายคนมักจะมีความคิดที่ว่า อะไรที่เป็นของเพื่อสุขภาพแล้ว มักจะมีรูปแบบที่เรียบๆขรึมๆเชยๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง หรือสีสันก็ตาม จนทำให้เกิดความรู้สึกฝังใจว่า รองเท้าเพื่อสุขภาพนั้น จะต้องดูล้าสมัยจนไม่สามารถนำมาสวมใส่ในโอกาสสำคัญ ๆ อย่างการไปเที่ยวต่างประเทศ หรือร่วมงานจัดเลี้ยงสังสรรค์ได้ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นความจริงในอดีต แต่ในปัจจจุบันนี้ รองเท้าเพื่อสุขภาพที่ดี นอกจากจะได้รับการออกแบบให้รองเท้าให้มีดูแลรักษาคุณภาพเท้าแล้ว แต่ยังดูทันสมัยสวยงามไปพร้อม ๆกันอีกด้วย

8. ความสบายในขณะสวมใส่ หากรองเท้าเพื่อสุขภาพไม่สามารถสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้ที่สวมใส่ได้ ก็ย่อมเป็นการยากที่จะช่วยรักษาสุขภาพของเท้าได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นปัจจัยความสบายของรองเท้าเพื่อสุขภาพจึงมีความสำคัญมาก ทำให้ผู้สวมรู้สึกสบายในทุก ๆ ย่างก้าว ไม่เกิดอากาศเจ็บ ร้อน หรืออับชื้นจนไม่ยากจะสวมรองเท้าเพื่อสุขภาพเป็นระยะเวลานาน ซึ่งความสบายดังกล่าวอาจกำหนดจากรูปทรงของรองเท้าเพื่อสุขภาพที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นทรงรองเท้าแตะ ทรงรองเท้าส้นเตี้ย หรือทรงรองเท้าผ้าใบนั่นเอง

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/zezya-872013/

9. ความเบาสบาย รองเท้าเพื่อสุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องมีน้ำหนักมาก ๆ เพราะจะกลายเป็นการเพิ่มภาระให้กับเท้า และเข่าที่ต้องออกแรงในระหว่างย่างก้าว ส่งผลให้เดินได้ช้า หรือทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายมากขึ้น ดังนั้นนอกจากความสบาย และดีต่อสุขภาพเท้าในขณะที่สวมใส่และใช้งานแล้ว รองเท้าเพื่อสุขภาพผู้หญิง ยังควรมีน้ำหนักที่เบาอีกด้วย

สำหรับ DooDiDo คิดว่าการเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างเหมาะสมและถูกต้อง จึงสามารถชาวยทำให้ผู้ซื้อได้รองเท้าที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยให้ในทุก ๆ ก้าวย่างมีความมั่นคง ไม่หกล้มหรือสะดุดได้ง่าย ช่วยในการปรับรูปทรงของเท้า กระดูกข้อต่อ และกระดูกสันหลังให้อยู่ในระดับสมมาตรอันจะเป็นผลดีทั้งในปัจจุบันที่สวมใส่ และในอนาคตเมื่อกระดูกและข้อต่อส่วนต่าง ๆ เกิดการเสื่อมสภาพลงไปตามวัยได้อีกด้วยคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.shoes-doodee.com