มาดู!! ประโยชน์ของน้ำมะยม และวิธีการทำน้ำมะยมแบบง่ายๆ

WM

ประโยชน์จาก”น้ำมะยม”มีวิตามินซีสูงจึงสามารถช่วยต้านหวัดได้

ผลไม้ไทยๆ อย่าง “มะยม” จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เปลือกของลำต้นขรุขระมีสีเทาปนน้ำตาล ใบมะยมเป็นใบประกอบ มีย่อยออกเรียงสลับกันเป็น 2 แถว ลักษณะของผลเมื่ออ่อนจะเป็นสีเขียว แต่ถ้าแก่แล้วจะเป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง เนื้อฉ่ำน้ำมาก ในผลมีเมล็ดกลม ๆ สีน้ำตาล 1 เมล็ด สำหรับรสชาติจะมีรสหวานอมฝาด แถมใบมะยมยังมีสรรพคุณแก้เบาหวาน ด้วยการใช้ใบสดและรากใบเตยพอประมาณนำมาใส่หม้อเติมน้ำแล้วต้มเอาน้ำดื่ม ซึ่งจะช่วยไปกระตุ้นตับอ่อนให้แข็งแรง

มะยม ชื่อสามัญ Star gooseberry มะยม ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyllanthus acidus (L.) Skeels จัดอยู่ในวงศ์มะขามป้อม (PHYLLANTHACEAE) มะยมนั้นมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย โดยลักษณะเด่นของต้นตัวผู้จะออกดอกเต็มต้นแต่ไม่ติดลูก ส่วนต้นมะยมตัวเมียนั้นจะมีดอกน้อยกว่า ซึ่งในทางการแพทย์นั้นนิยมใช้มะยมตัวผู้เป็นหลักทั้งใบและราก เพราะมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูงกว่ามะยมตัวเมีย สำหรับความเชื่อในตำราพรหมชาติฉบับหลวง ระบุไว้ว่าให้ปลูกต้นมะยมในทางทิศตะวันตก จะช่วยป้องกันสิ่งไม่ดีไม่ให้มากล้ำกราย และเชื่อว่ามะยมเป็นต้นไม้มงคลนาม ซึ่งคล้ายกับคำว่า “นิยม” ซึ่งเชื่อว่าผู้ปลูกจะมีเมตตามหานิยม วันนี้เรามีประโยชน์มะยมและการทำน้ำมะยมแบบง่ายมาฝากกันค่ะ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/falovelykids-849881/

ประโยชน์ของมะยม

  • ผลมะยมมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอวัยและความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้
  • ผลไม้มะยมช่วยดับร้อนและปรับสมดุลในร่างกาย
  • ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ด้วยการใช้ผลแก่นำมาดองในน้ำเชื่อมจนครบ 3 วัน (น้ำ 1 ส่วน / น้ำตาล 3 ส่วน) แล้วนำมารับประทานวันละ 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะยมมีสรรพคุณช่วยบำรุงโลหิต ด้วยการใช้ผลแก่นำมาดองในน้ำเชื่อมจนครบ 3 วัน (น้ำ 1 ส่วน / น้ำตาล 3 ส่วน) แล้วนำมารับประทานวันละ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ดอกสดของมะยม นำมาต้มกรองเอาแต่น้ำใช้แก้โรคตา ชำระล้างดวงตา (เป็นสูตรโบราณ ปัจจุบันไม่ขอแนะนำให้ทำ)
  • สรรพคุณช่วยแก้ไข้ทับระดู ระดูทับไข้ ด้วยการใช้เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำดื่ม (เปลือกของลำต้น)
  • ช่วยแก้ไข้ (ราก)
  • น้ำมะยมช่วยต้านหวัดได้เพราะมีวิตามินซีสูง
  • ผลมะยมมีฤทธิ์กัดเสมหะ ดับพิษเสมหะ ด้วยการรับประทานผลสุกหรือดิบก็ใช้ได้
  • ผลใช้เป็นยาระบาย
  • ใช้แก้น้ำเหลืองเสียให้แห้ง (ราก)
  • ช่วยรักษาเม็ดผดผื่นคันหรือแก้โรคประดง (โรคผื่นคันตามผิวหนัง) ด้วยการใช้รากประมาณ 1 กิโลกรัมนำมาต้มกับน้ำ 10 ลิตร ต้มให้เดือดประมาณ 10 นาที ทิ้งไว้ให้อุ่นแล้วนำมาอาบ และควรทำควบคู่ไปกับการใช้รากฝนกับน้ำซาวข้าวทาบริเวณผดผื่นที่เป็นด้วย (ราก)
  • ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (ราก)
  • มะยมมีประโยชน์ช่วยแก้อาการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ โรคไขข้ออักเสบ ด้วยการนำผลมาตำรวมกับพริกไทยแล้วพอกบริเวณที่ปวด
  • นิยมรับประทานเป็นผลไม้สดและมีการนำมาประกอบอาหาร เช่น ใช้ทำส้มตำ ยอดอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสดกินกับน้ำพริก ลาบ ขนมจีน ส้มตำ
  • มีการนำมาแปรรูปได้หลากหลาย เช่น มะยมแช่อิ่ม มะยมดอง มะยมเชื่อม น้ำมะยม มะยมแยม มะยมกวน หรือนำมาใช้ทำเป็นน้ำส้มสายชู
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/prasadganapule69-111461/

วิธีการทำน้ำมะยม

การทำน้ำมะยมแบบสดๆ กินเองง่ายๆโดยปั่นมะยมกับน้ำ นำไปตั้งไฟ ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือจนรสเข้มได้ที่ พักให้เย็น รับประทานใส่กับน้ำแข็ง

  • เนื้อมะยมหั่นชิ้นเล็กๆ 1 ถ้วย
  • น้ำ 3 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
  • เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา
  • น้ำแข็งทุบปริมาณตามชอบ
  1. ใส่เนื้อมะยมกับน้ำลงในโถปั่น ปั่นเนื้อมะยมแค่พอหยาบๆ เทใส่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางค่อนอ่อน พอเดือด นานประมาณ 10 นาที ใส่น้ำตาลและเกลือ ต้มต่อสักครู่จนน้ำตาลและเกลือละลาย ปิดไฟ เทใส่ลงในเหยือก นำไปแช่ในอ่างน้ำเย็น จนคลายความร้อน
  2. รินใส่แก้วน้ำแข็ง เสิร์ฟ

จะเห็นได้ว่าการทำน้ำมะยมแบบง่ายๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ DooDiDo ทุกคนมีเวลาได้ทำงานอยู่ที่บ้านกันเป็นส่วนมาก เนื่องจากสถานการ์การติดเชื้อโควิดจึงทำทำให้เราต้งอทานที่บ้านกัน อย่าลืมน้ำสูตรน้ำมะยมไปลองทำกันดูนะค่ะ แถมนำมะยมและสรรพคุณดีๆ ที่ได้จากการทานมะยม ยังมีอีกเยอะเลย และควรระมัดระวังน้ำยางจากเปลือกของรากมะยมจะมีพิษเล็กน้อย การรับประทานเข้าไปอาจจะมีอาการปวดท้อง ปวดศีรษะ และมีอาการง่วงซึมได้ ควรระวังน้ำยางจากเปลือกรากด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา: https://cwk-food.com