มาดูสาเหตุของการเกิด สิวจากการใส่ Mask หน้ากากอนามัย!!

WM

การเสียดสีระหว่างผิวกับหน้ากากอนามัย ทำให้เกิดการระคายเคืองและทำร้ายผิวหน้าของเราได้

ในปัจจุบันนี้ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิ-19 ยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้การใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันต้องเปลี่ยนแปลงไป และเพื่อความปลอดภัยต้องของตัวเองและคนรอบข้าง และการใช้ชีวิตประจำวัน และเพื่อสุขภาพอนามัย จึงต้องมีการสวมหน้ากากอนามัยกันทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในบ้าน หรือออกนอกบ้านต้องระมัดระวังกันมากขึ้นเพื่อช่วยในการลดการแพร่กระจายของการเกิดเชื้อไวรัสอีกด้วย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้เราต้องใส่ Mask หรือหน้ากากอนามัยกันมากขึ้น ปัญหาที่ตามมาก็คือ “สิว” ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน การป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากเชื้อโรคนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนไม่อาจละเลยได้ในปัจจุบัน การสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเวลาที่ต้องออกไปสถานที่สาธารณะจึงเป็นสิ่งจำเป็นและขาดไม่ได้ แต่การใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลานั้นมักทำให้เกิดปัญหาที่กระทบต่อสุขภาพผิวโดยที่เราไม่รู้ตัว อาทิ การอับชื้น เกิดการเสียดสีระหว่างผิวกับหน้ากากอนามัย เกิดสิว ผื่นแพ้ เกิดการระคายเคืองและทำร้ายผิวหน้าของเราได้ และวันนี้เราจะพามารู้ถึงสาเหตุของการเกิดสิวกันค่ะ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/16198233-16198233/

สาเหตุของสิวที่เกิดจากการใส่ Mask 

การขัดถูระหว่างใบหน้าของเราและ Mask ทำให้รบกวนกระบวนการผัดเซลล์ผิว ทำให้ การผัดเซลล์ผิวผิดปกติและเกิดเป็นสิวได้ รวมถึงการกดของ Mask บนใบหน้าในบางจุด ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน และต่อมไขมัน (Pilosebaceous gland) โดยเฉพาะในผู้หญิงที่แต่งหน้า ทาครีมและเครื่องสำอาง ระหว่างวันก็จะมีทั้งเหงื่อออกและน้ำมันที่ผลิตออกจากใบหน้า ผสมกับเครื่องสำอาง และติดอยู่บน Mask ที่ปิดใบหน้าอยู่ เปรียบเสมือนเป็นดินน้ำมันที่อุดรูขุมขนและต่อมไขมัน (Follicular plug) ทำให้เกิดสิวอุดตันและกลายเป็นสิวอักเสบต่อไปได้

วิธีดูแลรักษา สิว จากการใส่ Mask

  1. ปรับการใช้เครื่องสำอาง และการแต่งหน้า โดยเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (Oil free) และไม่ก่อให้เกิดสิว (Non-Comedogenic) หากเป็นไปได้ แนะนำให้งดแต่งหน้าบริเวณที่ใส่ Mask หรือแต่งลดลง เปลี่ยนจากการใช้รองพื้น หรือแป้งผสมรองพื้น เป็นการทาแค่แป้งธรรมดา หรือ Loose powder แทนค่ะ
  2. รีบล้างหน้าให้สะอาด เมื่อกลับถึงบ้านแนะนำให้รีบล้างหน้า และอาบน้ำ (ช่วยลดโอกาสกระจายเชื้อ Coronavirus ในบ้าน) เพื่อลดระยะเวลาที่หน้าของเราสัมผัสกับเครื่องสำอาง ช่วยลดโอกาสการอุดตันได้บ้าง และต้องล้างให้สะอาด โดยหมอแนะนำให้ล้าง 2 ขั้นตอน คือ 1) ล้างเครื่องสำอางด้วย Make up remover ก่อนเสมอ แม้คุณจะไม่แต่งหน้า แต่ถ้าทาครีม เช่น ครีมกันแดด ต้องใช้ล้าง เครื่องสำอางด้วย 2) ล้างสบู่ เผื่อลดความมันและสิ่งสกปรก โดยต้องไม่ลืมว่าต้องล้างอย่างนุ่มนวล หากเป็นสิวแล้วล้างหน้ารุนแรง ขัดถูเยอะ จะกระตุ้นให้เกิดสิวได้เช่นกัน
  3. ผลิตภัณฑ์ช่วยผลัดเซลล์ผิว การทากรดอ่อนๆ เช่น AHA BHA สามารถช่วยให้การผัดเซลล์ผิวเป็นปกติลดการอุดตันของรูขุมขนได้ แต่ต้องใช้อย่างพอเหมาะ ความเข้มข้นไม่สูงเกินไปและถูกวิธี กรด AHA BHA ที่ความเข้มข้นสูง อาจมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ในแง่การผลิตเซลล์ผิว ลดริ้วรอย และจุดด่างดำจากสิว แต่ต้องอยู่ใต้การดูแลของแพทย์ เพราะอาจทำให้หน้าไหม้ลอกได้ค่ะ และไม่แนะนำให้ทำเอง เช่น การใช้น้ำมะนาวมาทา เนื่องจากเราไม่ทราบความเข้มข้นของกรดและอาจทำให้เกิดผื่นแพ้ ผิวไหม้ ระคายเคืองได้เช่นกัน
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@cbd_infos_com
  1. ยารักษาสิว

สำหรับคนที่อาการมาก ทั้งอุดตันและอักเสบเป็นหนอง การดูแลผิวแบบที่แนะนำมาอาจเอาไม่อยู่ ต้องใช้ยารักษาสิวร่วมด้วย โดยยาที่ใช้รักษาสิวมีทั้งยากินและยาทาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้ยาที่เหมาะสมค่ะ และการรักษาที่ควบคู่กับการทายายังมีอีกหลายอย่าง เช่น การฉีดสิว เลเซอร์ Pulsed dye laser (V-Beam) การรักษาด้วยแสง แบบ Photodynamic therapy เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีหลากหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวใต้หน้ากากอนามัย 

  • การแต่งหน้า (Makeup) ในสภาวะที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดตันรูของขุมขนและทำให้เกิดสิวตามมา ความชื้น (Humidity) ความร้อนและความชื้นจากลมหายใจที่หมุนเวียนภายในหน้ากากอนามัย รวมถึงความอับชื้นจากเหงื่อ และละอองน้ำลาย ส่งผลให้เกิดสภาวะเสียสมดุลของจุลินทรีย์บนผิวหนัง (microbiome dysbiosis) ทำให้เกิดสิวหรือผิวอักเสบรวมถึงโรคผิวหนังอื่นๆ ตามมา
  • ความเย็นและแห้งของอากาศ (Cold, Dry weather) ส่งผลเสียต่อผิว เนื่องจากต่อมไขมันจะหลั่งน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อปกป้องและรักษาความชุ่มชื้นของผิว เมื่อมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวจึงทำให้เกิดการรวมตัวกับน้ำมันส่วนเกินและเกิดการอุดตันของรูขุมขน จึงทำให้เกิดสิว
  • ความเครียด (Stress) ทำให้ผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) โดยจะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันบนผิวหนังผลิตน้ำมันออกมาเยอะเกินความจำเป็น หากทำความสะอาดผิวได้ไม่ดีพอ ก็จะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน จนกลายเป็นสิวอุดตันได้ ปัญหาสิวจากการใส่หน้ากากอนามัยมีความสัมพันธ์กับความแข็งแรงของเกราะปกป้องผิว (Skin Barrier) ซึ่งเป็นผิวหนังขั้นนอกสุด ช่วยปกป้องไม่ให้สิ่งสกปรกหรือสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกเข้ามาในชั้นผิว รวมถึงทำหน้าที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ภายในผิว หากเกราะปกป้องผิวเกิดความอ่อนแอ ผิวก็จะไม่แข็งแรง ทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง รวมถึงการเกิดผดผื่นและสิวได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้นและแข็งแรงอยู่เสมอ ส่วนวิธีป้องกันการเกิดสิวที่เกิดจาการใส่หน้ากากอนามัยนั้น สามารถทำได้โดย
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/coyot-2009089/
  • ควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยบ่อยๆ หรือทำความสะอาดหน้ากากอนามัยแบบผ้าเป็นประจำทุกวัน
  • ควรหาเวลาให้ผิวได้ระบายอากาศบ้าง หลังจากใส่หน้ากากอนามัยมาเป็นระยะเวลานาน ถ้าเป็นไปได้อย่างน้อย 10-15 นาที ทุกๆ 4 ชั่วโมง แต่ต้องมั่นใจก่อนว่าเราอยู่คนเดียว หรืออยู่ในพื้นที่ปลอดการติดเชื้อ เช่น ในห้องส่วนตัว ในรถยนต์ส่วนตัว
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอางค์ที่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน หรือควรงดแต่งหน้าบริเวณที่ใส่หน้ากากอนามัย การล้างทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัฑณ์ที่มีความอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ไม่ก่อให้เกิดความแห้งตึงของผิวหลังการล้าง
  • เน้นการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา และไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน (Non-comedogenic) ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพผิวอย่างสารสกัดจากชิโซะ (Shiso), น้ำมันมะพร้าวออแกนิค (Organic coconut oil), สารสกัดจากอูกอน (Ougon extract) เป็นต้น
  • การดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร งดหรือลดอาหารที่มีรสหวานจัด ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นม ช็อกโกแลต ไอศกรีม เพราะส่งผลต่อระดับอินซูลินที่สูงขึ้น ทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้

หากใครที่มีปัญหาการแพ้หน้ากากอนามัย DooDiDo ขอแนะนำว่าให้สวมใส่หน้ากากผ้าไว้ด้านในก่อน แล้วค่อยสวมหน้ากากอนามันปิดทับไว้ด้านนอกตรงนี่ก็ช่วยลดอาการแพ้หน้ากากอนามัยได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันเราต้องสวมใส่แมสก์อยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรค แต่การใส่แมสก์ตลอดเวลานั้นทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง จนทำให้เกิดสิวบนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่ถูกปิดทับด้วยหน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน สิวที่เกิดจากการใส่หน้ากากนี้ เรียกว่า ‘Maskne’ เป็นสิวที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างผิวหนังกับหน้ากากอนามัย ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง และเกิดการอุดตันของรูขุมขนจนทำให้เกิดสิว ส่วนใหญ่มักจะเกิดปัญหาบริเวณที่ถูกหน้ากากอนามัยปิดทับ เช่น คาง แนวกราม แก้ม จมูก และรอบปาก ส่วนผู้ที่สวม Face Shield เป็นประจำมักจะพบปัญหาสิวบริเวณหน้าผาก นอกจากปัญหาสิวแล้วยังพบสภาวะโรคผิวหนังอักเสบ (Rosacea) หรือผื่นผิวหนังอักเสบรอบปาก (Perioral dermatitis) ซึ่งเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.iskycenter.com