พ่อแม่ควรต้องรู้!! โรค SIDS หลับแล้วไม่ตื่นในเด็ก อันตรายใกล้ตัวลูก

WM

วิธีดูแลลูกน้อยอย่างไร ให้นอนหลับโดยไม่เสี่ยง SIDS??

บ่อยครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ทันได้สังเกตลักษณะท่าทางการนอนของลูกน้อย ซึ่งนั่นอาจทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เอาละค่ะวันนี้ทางแล้วจะมาแนะนำเทคนิคช่วยลูกน้อยให้นอนหลับสบายและปลอดภัย ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่เป็นกังวลยามค่ำคืน

การเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก Sudden infant death syndrome หรือเรียกสั้น ๆ ว่า SIDS คือฝันร้ายของพ่อแม่ที่ไม่มีใครอยากเจอ SIDS มักเกิดขึ้นกับเด็กเล็ก ๆ ในตอนที่กำลังนอนหลับอยู่ ซึ่งสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากการที่แม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่ขณะตั้งครรภ์ โดยเกิดจากความผิดปกติของเซลล์สมองที่ควบคุมการหายใจและการตื่นของทารก หรือท่านอนที่ไม่ถูกต้องจนทำให้ลูกเสียชีวิต

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/Tawny van Breda

การนอนเป็นหนึ่งในสาเหตุใหญ่ที่ทำลูกเสี่ยงกับ SIDS ซึ่งพ่อแม่สามารถดูแลป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายจากการนอนกับลูก ๆ ได้ มาดูเทคนิคการให้ลูกนอนหลับสบายโดยไม่เสี่ยงกับโรค SIDS กันค่ะ
เทคนิคให้ลูกนอนหลับสบาย ไม่เสี่ยงกับ SIDS

ไม่ให้ลูกนอนคว่ำ การจัดท่านอนลูกโดยเฉพาะช่วงเป็นเด็กทารก ไม่ควรให้ลูกนอนคว่ำ ควรจะให้ลูกนอนหงายเสมอ ถึงแม้ผู้ใหญ่จะบอกกันว่าท่านอนคว่ำทำให้ลูกหัวสวย แต่ท่านอนคว่ำในเด็กเล็ก ๆ เสี่ยงที่จะทำให้เด็กหายใจไม่ออกและเสียชีวิตได้ค่ะ เพราะเด็กเล็กยังพลิกคว่ำ พลิกหงายตัวเองไม่ได้

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/mostafa meraji

ถึงแม้ท่านอนคว่ำจะอันตราย แต่การนอนคว่ำก็มีประโยชน์ ควรให้ช่วงเวลาการนอนคว่ำเป็นช่วงการเล่นกับลูก เช่น เล่นจ๊ะเอ๋ เล่านิทาน ตอนที่ให้ลูกนอนคว่ำ หรือที่เรียกว่า Tummy Time โดยมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยเสมอ เพราะการนอนคว่ำได้ฝึกกล้ามเนื้อแขน ข้อมือ กล้ามเนื้อคอ และกล้ามเนื้อหลังของลูกในการยันตัว พลิกตัว โดยช่วงแรกเกิดควรจับลูกคว่ำครั้งละ 1-2 นาที วันละ 2-3 ครั้ง หลังจากนั้นค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นเมื่อลูกแข็งแรงขึ้น แต่ห้ามปล่อยให้ลูกนอนคว่ำอยู่ลำพังเด็ดขาดค่ะ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/erikawittlieb-427626/

แยกเตียงนอนกับลูก พ่อแม่หลายคนมักจะไม่ค่อยแยกเตียงนอนกับลูก แต่จะให้นอนบนเตียงเดียวกัน ซึ่งการให้ลูกนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่ถึงแม้ลูกจะได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่เต็มที่ และสามารถดูแลลูกได้ง่าย แต่การนอนด้วยกันอาจเกิดอันตรายทำให้ลูกเสียชีวิตเฉียบพลันหรือ SIDS ได้ เช่น เผลอนอนเบียดลูก จนลูกหายใจไม่ออก หรือ ผ้าห่ม หมอน ของพ่อแม่ทับลูกโดยไม่รู้ตัว ลูกควรมีเตียง ที่นอน และเครื่องนอน หมอน ผ้าห่มเป็นของตัวเอง

ซึ่งอาจจะแยกออกไปอยู่ในเปลของเด็กเองไม่ใช้ที่นอนที่นุ่มเกินไป ฟูกหรือเบาะที่นอนที่นุ่มเกินไปอาจทำให้เด็กเสี่ยงกับการเสียชีวิตเฉียบพลัน เพราะที่นอนหรือเบาะรองนอนที่นิ่มหรือยวบมาก เมื่อเด็กพลิกนอนคว่ำ หน้าอาจจะจมลงไปในที่นอน ขาดอากาศหายใจได้

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/erinlenz-4847277/

ไม่วางหมอนหรือตุ๊กตาบนเตียงมากเกินไป นอกจากเบาะที่นอนที่นุ่มเกินไปแล้วการมีหมอน มีตุ๊กตา เครื่องนอนมากเกินไปก็อาจจะทำให้ลูกเสี่ยงกับ SIDS ได้ เพราะเครื่องนอนเหล่านี้อาจปิดทับใบหน้าหรือศีรษะของลูกได้ และการมีหมอนหรือตุ๊กตาอยู่ใกล้ใบหน้า ทำให้เกิดแอ่งเล็กๆ บริเวณปากของลูก เมื่อลูกหายใจเข้าออกเอาอากาศเดิมเข้าไป ก็อาจทำให้ได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจที่ออกมามากเกินไป จนเสียชีวิตได้

ปรับแอร์ให้อุณหภูมิเหมาะสม อากาศตอนนอนที่ร้อนเกินไปอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตด้วย SIDS ควรให้ห้องนอนมีอากาศสบายๆ ปรับแอร์อยู่ระหว่าง 25-27 องศาเซลเซียส ไม่ต้องห่มผ้าหนาเกิน
นอกจากดูแลเรื่องการนอนให้ลูกอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงของ SIDS แล้ว พ่อแม่ยังต้องดูแลเรื่องอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการงดบุหรี่ การให้นมแม่กับลูกให้นานที่สุด และพาลูกไปฉีดวัคซีนตามเวลาอย่างครบถ้วนค่ะ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/marvelmozhko-6693180/

• นอนคว่ำ ในเด็กทารกไม่แนะนำให้นอนคว่ำ ถึงแม้ความเชื่อจะบอกว่าการนอนคว่ำทำให้หัวทุยสวยได้รูป แต่การนอนคว่ำทำให้เสียงกับการเสียชีวิตในเด็กทารกด้วยอาการ SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) หรือ การเสียชีวิตเฉียบพลัน เพราะอาจจะขาดอากาศหายใจ หายใจเข้าปอดได้ไม่เต็มที่ หรือสำลักน้ำลาย นอนคว่ำกับพัฒนาการ แม้การนอนคว่ำจะอันตราย

แต่การนอนคว่ำช่วยกระตุ้นพัฒนาการกล้ามเนื้อการเคลื่อนไหวช่วงศีรษะ ลำคอ ได้ดี เมื่อลูกมีการยกศีรษะ ลำคอขึ้น ถ้าอยากให้ลูกมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงสามารถให้ลูกนอนคว่ำได้เป็นครั้งคราว วันละ 20-30 นาที โดยต้องอยู่ในสายตาของพ่อแม่ ผู้ปกครองตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้ลูกนอนคว่ำตามลำพัง เพราะอาจเกิดอันตรายได้

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/Stephanie Pratt

• นอนหงาย นอนหงายเป็นท่าที่เหมาะสมสำหรับการนอนของลูก เป็นท่านอนที่ปลอดภัยที่สุด นอนหงายกับพัฒนาการ การนอนหงายในเด็กทารกจะช่วยให้ลูกมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ชัดเจนลูกสามารถกรอกสายตามองไปมาได้อย่างอิสระ อาจจะกระตุ้นพัฒนาการการมองเห็น หรือการได้ยินด้วยของลูกระหว่างที่ลูกนอนหงายด้วยโมบายล์ห้อยที่มีสีสันสดใส หรือมีเสียงกรุ๊งกริ๊ง แขวนให้ลูกมองตาม

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/publicdomainpictures-14/

• นอนตะแคง ถ้าให้ลูกนอนตะแคง ควรจับให้ลูกสลับนอนทั้งด้านซ้าย และด้านขวา แต่การให้ลูกนอนตะแคงก็ยังต้องระมัดระวังหากลูกพลิกตัวคว่ำในช่วงที่พ่อแม่ไม่สังเกต อาจทำให้ลูกหายใจไม่ออก หรือเกิดภาวะเสียชีวิตเฉียบพลัน (SIDS) เช่นกัน ดังนั้นเมื่อลูกนอนหลับอาจจับให้ลูกนอนหงายตามปกติ การนอนตะแคงยังอาจทำเกิดภาวะผิวเปลี่ยนสี หรือ Harlequin color change คือ ลักษณะผิวหนังของทารกช่วงแรกเกิดจะเป็นสีแดงเข้มครึ่งตัว โดยเป็นอยู่ไม่เกิน 20 นาที พบในทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อย หรือมีอาการป่วย

ซึ่งอาจเกิดจากความไม่สมดุลในการควบคุมการหดและขยายตัวของเส้นเลือด แต่เป็นภาวะที่ไม่มีผลเสียหรืออันตราย นอนตะแคงกับพัฒนาการ ท่านอนตะแคงช่วยให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้เช่นเดียวกับท่านอนหงาย กระตุ้นการมองเห็น และดีกับกล้ามเนื้อหลัง กระดูกคอ แต่ก็ต้องระมัดระวังอันตรายเช่นเดียวกับการนอนคว่ำ

หากคุณพอคุณแม่รู้แบบนี้แล้ว ภาวะไหลตายถึงแม้จะน่ากลัว แต่สามารถป้องกันได้ เพราะฉะนั้น DooDiDo คิดว่าคุณพ่อคุณแม่ จึงต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน ทั้งในเรื่องสุขภาพของลูกน้อย และของใช้ของลูกน้อยโดยเฉพาะของใช้ที่ลูกน้อยใช้นอนบนที่นอน หรือตัวเบาะนอน ต้องมีความปลอดภัย มีการระบายอากาศได้เป็นอย่างดี เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของภาวะไหลตายของลูกน้อย

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.care.co.th
อ้างอิงข้อมูลจาก: พ.ญ.ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล