ผู้ชายควรรู้!! การออกกำลังกายแบบไหนอันตรายกับคุณเมื่ออายุเกิน50

WM

คุณผู้ชายอายุ 50+ไม่ควรออกกำลังกายท่าแบบนี้เพราะจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย

วันนี้ทางเรานำท่าออกกำลังกายที่ผู้สูงอายุไม่ควรเล่น 9 ท่าบริหารยอดฮิตที่คนวัย 50 ขึ้นไปต้องพึงระวังเป็นอย่างมากหรือควรเล่นในปริมาณที่เหมาะสม หากฝืนเล่นหนักไปอาจได้ไม่คุ้มเสีย และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้

ด้วยเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรง ผู้สูงอายุหลายคนเริ่มสนใจและหันมาออกกำลังกาย กันมากขึ้น ซึ่งบางคนไม่ได้มองแค่เรื่องสุขภาพเท่านั้น ถึงขั้นตั้งใจสร้างกล้ามเนื้อ ฟิตหุ่นให้ล่ำเลยก็มี แม้จะไม่มีคำว่าสายไปสำหรับการดูแลสุขภาพ แต่คนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ก็ต้องยอมรับเรื่องของกล้ามเนื้อ พละกำลัง ความคล่องแคล่ว กระดูกที่เสื่อมถอยตามเวลา และปัญหาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ด้วย

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/janeb13-725943/

ดังนั้นการออกกำลังกายของคนวัย 50 จะต้องเซฟตี้กว่าพวกหนุ่ม ๆ และต้องเล่นให้ปริมาณ ความเร็ว ความแรงเหมาะสมกับสภาพร่างกายตัวเอง หลีกเลี่ยงการใช้ท่าหนัก ๆ อุปกรณ์เยอะ ๆ เหมือนพวกวัยรุ่น เพราะเสี่ยงเกิดข้อผิดพลาดและอาการบาดเจ็บร้ายแรง
และนี่คือ 9 ท่าออกกำลังกายที่คนอายุ 50 ขึ้นไป ต้องพึงระวังหรือควรเล่นในปริมาณที่พอดี ไม่งั้นอาจได้ไม่คุ้มเสีย

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/Michael-de Groot

1. วิ่งระยะไกล
จริงอยู่การวิ่งเป็นการคาร์ดิโอ ที่ดี ช่วยรักษาระดับการเต้นของหัวใจให้คงที่ สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย และช่วยเบิร์นไขมันส่วนเกินได้ อย่างไรก็ตามการวิ่งในระยะที่ไกล อาจไม่เหมาะกับคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เพราะเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บและหัวใจเต้นผิดปกติ
ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่าห้ามวิ่งหรือต้องเลิกทันที เพียงแค่ปรับระยะทางให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย หลังวิ่งเสร็จอาจต่อด้วยการเดินเร็วแทน ซึ่งถือเป็นการคาร์โอเหมือนกัน ส่วนใครต้องการลงวิ่งมาราธอน ก็ควรฝึกซ้อมเยอะๆ ให้ร่างกายพร้อมมากที่สุด ไม่งั้นอาจได้ไม่คุ้มเสีย

2. สควอตกับน้ำหนักเสริม
ตามหลักแล้วการทำสควอต (Squat) เป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกน้อย จึงเหมาะมาก ๆ กับผู้สูงอายุ แต่หลายคนทำผิดพลาด ดันไปเสริมน้ำหนักด้วย ดัมเบล บาร์เบล ลูกตุ้ม หรือแผ่นน้ำหนัก ทำให้ร่างกายเสียสมดุล ทรงตัวไม่อยู่ เพราะต้องแบกรับน้ำหนักเพิ่มโดยไม่จำเป็น เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ต้นขา และหลัง
ด้วยอายุและสภาพร่างกายแล้ว ทางที่ดีควรปล่อยอุปกรณ์เสริมเหล่านั้นซะ แล้วใช้ท่าสควอตปกติ เน้นทำให้ถูกต้องในจำนวนที่พอดี แค่นี้ก็ได้ประโยชน์จากมันมหาศาลแล้ว

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/5132824-5132824/

3. ท่าครันช์
ท่าครันช์ (Crunches) จัดเป็นหนึ่งในท่าบริหารที่ยากที่สุดและหลายคนมักเล่นผิด พยายามใช้มือดันหัวขึ้นมา ทำให้ปวดบริเวณต้นคอ หรือออกแรงมากเกินไปจนหลังช่วงล่างไม่ติดพื้นกลายเป็นท่าซิทอัพแทน สร้างภาระให้กระดูกสันหลังและเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บร้ายแรง
ลองเปลี่ยนเป็นท่าที่ง่ายขึ้นอย่างท่าแพลงก์ (Plank) ต่าง ๆ จะเวิร์กกว่า

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/pexels-2286921/

4. วิ่งขึ้น-ลงบันได
ความจริงแล้วการวิ่งขึ้นลง-บันได เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยบริหารหัวใจ เผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่าลืมว่าตอนนี้คุณอายุเข้าเลข 5 แล้ว ความสามารถในการทรงตัว ความคล่องแคล่วเริ่มลดลง มีโอกาสที่จะพลาดล้มได้ตลอดเวลา อีกทั้งความแข็งของขั้นบันไดยังทำให้เกิดแรงกระแทกโดยตรงต่อหัวเข่าด้วย
แนะนำให้ใช้ เครื่องก้าวขั้นบันได (Stair Climber) แทน เป็นเครื่องที่จำลองการก้าวขึ้นบันไดแบบไม่รู้จบ แต่ช่วยลดแรงกระแทกได้หลายเท่าตัว

WM
ขอบคุณภาพจาก: ://pixabay.com/th/users/12019-12019/

5. เครื่องกดขา
อาการปวดเข่าและสะโพก คือ ปัญหาหลัก ๆ ที่คนอายุ 50 ขึ้นเป็นกังวล จึงไม่ควรเล่นเครื่องกดขา (Leg Press) เนื่องจากท่าออกกำลังกายอย่างหนักนี้สามารถทำให้อาการเหล่านั้นแย่ลงได้
หากต้องการบริหารสะโพก ต้นขา ลองใช้เป็นท่าลันจ์ (Lunges) ต่าง ๆ จะช่วยเซฟได้ดีกว่า แต่ก็ต้องทำให้ถูกวิธีด้วย

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th

6. ท่านักปีนเขา
ท่านักปีนเขา (Mountain climbers) เป็นสุดยอดท่าบริหารหน้าท้องแบบครบวงจร ที่ได้ผลดีทั้งการฝึกหัวใจและสร้างสมดุล ฟังดูเข้าท่า แต่หากคุณอายุมากแล้ว ต้องทบทวนให้ดี ๆ เนื่องจากแขน ข้อมือ และหัวไหล่ต้องแบกรับภาระอย่างหนัก แถมไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาหัวเข่าอีกด้วย ก้าวพลาดไปทีอาจเกิดอันตรายได้

WM
ขอบคุณภาพจาก: www.lazada.co.th

7. เครื่องปั่นจักรยาน
ต้องบอกก่อนเลยว่า การปั่นจักรยานทั่วไป หรือใช้เครื่องสปินนิ่งในฟิตเนส (Spinning) เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน บริหารร่างกายได้ดีมาก ๆ แต่ที่ผู้สูงอายุต้องหลีกเลี่ยง คือ การใช้เครื่องสปินนิ่งทำความเร็วอย่างต่อเนื่อง เพราะจากการวิจัยพบว่า คลาสสปินนิ่งอาจหนักเกินไปสำหรับคนวัยเลข 5 ซึ่งมีโอกาสสูญเสียกล้ามเนื้อ เกิดภาวะไตวาย หรือหัวใจหยุดเต้นได้
แนะนำให้ปั่นจักรยานเคลื่อนที่ปกติ หากใช้เครื่องสปินนิ่งให้ควบคุมความเร็วอยู่ในระดับปานกลาง อย่าเร่งปั่นเป็นเวลานาน ๆ พยายามฝึกซ้อมก้าวผ่านขีดจำกัดอย่างช้า ๆ และที่สำคัญควรจัดท่าในการปั่นให้ถูกต้อง

WM
ขอบคุณภาพจาก:www.kapook.com

8. ท่าบิดตัว
ยิ่งอายุมาก ยิ่งต้องระมัดระวังพวกท่าบิดตัว (Twists) ทั้งหลาย การสร้างหน้าท้องแบนราบในวัยทองไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่อย่าแลกมันด้วยหลังของคุณ การใช้ท่าบิดตัวมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลัง กระดูกสันหลัง และเส้นประสาท หากร่างกายไม่พร้อมจริง ๆ แล้วเกิดทำพลาด อาจถึงขั้นไม่สามารถออกกำลังกายต่อได้เลย
ทางที่ดีเลือกใช้ท่าแพลงก์ต่าง ๆ จะปลอดภัยกว่า หรือใช้ท่าบิ้วต์หน้าท้องแบบยืน จะช่วยลดความเสี่ยงได้

WM
ขอบคุณภาพจาก:www.kapook.com

9. ท่ายกน้ำหนัก
ขนาดคนหนุ่ม กล้ามแน่น เล่นท่าพวก Overhead Press, Bench Press หรือ Deadlifts ยังมีพลาดจนบาดเจ็บให้เห็น แน่นอนว่าคนสูงอายุที่ร่างกายเริ่มเสื่อมถอยยิ่งอันตรายกว่าหลายเท่า ฉะนั้นเลี่ยงได้เลี่ยง หากต้องการสร้างกล้ามเนื้อจริง ๆ แนะนำเป็นพวกท่าบอดี้เวทต่าง ๆ ดีกว่า

หวังว่าท่าออกกำลังกาย DooDiDo เราบอกไปนั้นจะช่วยให้ทุกท่านสามารถนำมาปรับเปลี่ยนเพื่อให้ออกกำลังกายได้อย่างพอเหมาะพอดีกับตัวเอง อย่างที่บอกว่าทุกอย่างควรอยู่บนคำว่าพอดี จริงๆ แล้วท่าพวกนี้ก็สามารถเล่นได้ หากร่างกายพร้อม และไม่ฝืนตัวเองจนเกินไป ยังไงซะก่อนเล่นก็ควรวอร์มอัพร่างกายด้วย จะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงและอาการบาดเจ็บได้ สำหรับผู้สูงวัยท่านใดที่อยากออกกำลังลังกายเบาๆ แนะนำ 5 ท่าบริหารนี้เลย และอย่าลืมดูแลสุขภาพอย่างปลอดภัยนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.cheatsheet.com, www.marketwatch.com