คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้!! 4 โรคยอดฮิตของเด็กๆ ในช่วงหน้าร้อนนี้

WM

หน้าร้อนนี้มาพร้อมกับโรคยอดฮิตในเด็กมาสำรวจโรคต่างๆ กัน

วันนี้เรากลับมาพบกับพวกเราอีกเหมือนเคย บทความนี้ต่อเนื่องจากบทความคราวที่แล้วนะคะพวกเราจะมานำเสนอเกี่ยวกับหน้าร้อนนี้มาพร้อมกับโรคยอดฮิตในเด็กสำรวจสำรวจโลกต่างๆได้จากบทความนี้แหละค่ะโดยสีรูปยอดฮิตในเด็กช่วงนี้นะคะก็จะมีอยู่ 4 โรคหลักๆนะคะนั่นคือโรคอุจจาระร่วง โรคลมแดด โรคผดร้อนและโรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ ซึ่งแต่ละโลกนี้ก็เป็นโรคที่ข้างจะรุนแรงสำหรับร่างกายของเด็กเลยค่ะ เพราะว่าพวกเขายังไม่มีภูมิต้านทานที่มากเพราะทำให้มีการเจ็บป่วยได้ง่ายและอาจจะส่งผลเสียอย่างรุนแรงเกี่ยวกับสุขภาพของเด็กนะคะ ดังนั้นวันนี้พวกเราจึงอยากจะพาทุกท่านมาพบกับโรคทั้ง 4 พร้อมกับอาการ  การดูแล  และการป้องกันนะคะ   อย่ารอช้าที่จะได้อ่านบทความนี้มาพร้อมกับสิ่งที่ดีแน่นอนค่ะสามารถติดตามอ่านต่อได้ในบทความนี้เลยค่ะ

ในช่วงหน้าร้อนที่อากาศบ้านเรามีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนจึงต้องดูแลสุขภาพให้ดี เพราะอากาศที่ร้อนมากๆ มักนำพาโรคบางอย่างมาให้เราได้โดยไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะกับเด็กๆ นั้นคุณพ่อคุณแม่ยิ่งต้องคอยระวัง เพราะอากาศยิ่งร้อน อาหารหรือขนมอาจจะเสียหรือบูดง่าย ประกอบกับร่างกายที่อ่อนเพลียจากการเสียเหงื่อ หากเด็กๆ ไม่แข็งแรงพอก็จะป่วยได้ง่ายขึ้น

4 โรคที่พบบ่อยในเด็ก…ในช่วงหน้าร้อน
ร่างกายที่อ่อนเพลียจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น อาจทำให้เด็กๆ ที่มีภูมิต้านน้อยอยู่แล้วเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น และโรคที่พบบ่อยในช่วงหน้าร้อนนั้น ได้แก่

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@1walter2

โรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ
อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้เชื้อโรคเติบโตเร็ว ทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ทำให้อาหารเสียได้ง่ายรวมถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่สะอาดนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กๆ เกิดโรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษได้ง่าย

  • อาการ ปวดท้องแบบปวดเกร็งในท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ใน 1 วัน ถ้าอาการรุนแรงจะถ่ายเป็นมูกเลือดได้ ซึ่งหากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียควรต้องกินยาฆ่าเชื้อ จึงควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
  • การดูแล : ดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ รักษาตามอาการ เช่น ยาลดอาการอาเจียนและปวดท้อง แต่ไม่ควรกินยาหยุดถ่าย เพราะจะเป็นการขจัดสารพิษออกจากระบบทางเดินอาหาร ถ้าหากใน 1 วันอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบพาเด็กมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง
  • การป้องกัน : ดูแลสุขอนามัยในการรับประทานอาหาร ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ เครื่องดื่มสะอาด รวมทั้งควรดูแลสุขอนามัยอื่นๆ เช่น ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนกินอาหาร และหลังจากเข้าห้องน้ำทุกครั้ง และดูแลของใช้ของเด็กๆ ให้สะอาดอยู่เสมอ
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@leorivas

โรคลมแดดหรือโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke)
การที่อุณหภูมิรอบๆ ตัวสูงขึ้น ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นตามไปด้วย บางครั้งอาจสูงจนถึง 40 องศาเซลเซียสหรือมากกว่านั้น ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคลมแดดหรือโรคฮีทสโตรกได้นั่นเอง

  • อาการ : ชีพจรเต้นเร็ว ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เป็นผื่นแดงๆ ตามร่างกาย อาจมีอาการสับสน กระวนกระวาย เพ้อ และชักหรือหมดสติได้
  • การดูแล : ควรรีบพาเด็กเข้าในร่ม ที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ถอดเสื้อผ้าและคลายเครื่องแต่งกายที่รัดแน่นจนเกินไป ให้เด็กนอนหงายและเช็ดตัวเพื่อให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงเร็วขึ้น
  • การป้องกัน : ในวันที่อากาศร้อนมาก ควรให้เด็กสวมเสื้อผ้าโปร่งที่ระบายลมได้ดี ดื่มน้ำบ่อยๆ และพยายามอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@lee_hisu

โรคผดร้อน
เหงื่อ” ที่ร่างกายขับออกมาเพื่อช่วยระบายความร้อน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง  และโรคที่พบมากในเด็กคือ  โรคผดร้อน” ที่เกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อนั่นเอง

  • อาการ : คัน มีผื่นเป็นเม็ดแดงๆ เล็กๆ ปรากฏได้ทั่วร่างกายบริเวณใบหน้า ซอกคอ หน้าอก หลัง และต้นขา
  • การดูแล : คอยดูแลให้บริเวณที่เกิดผดนั้นเย็นและแห้งอยู่เสมอ โรคนี้สามารถหายได้เองภายใน 2-3 วัน แต่หากผดร้อนและอาการอื่นๆ ที่ปรากฏมีความรุนแรงขึ้น แพทย์อาจให้ผู้ป่วยใช้ยารักษาตามอาการ
  • การป้องกัน : ป้องกันโดยใส่เสื้อผ้าบางสบาย อย่าให้ผิวหนังอับชื้นจากเหงื่อ หลีกเลี่ยงการทาครีม โลชั่นที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียมเจลลี่เพราะทำให้รูขุมขนอุตัน

โรคไข้หวัดใหญ่
เป็นโรคติดต่อของระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส พบได้ตลอดปีและพบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่หากพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ หรือในผู้สูงอายุ มักมีอาการรุนแรงมากกว่าวัยอื่นๆ และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

  • อาการ : เริ่มจากรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดหัวปวดเมื่อยตามตัวมาก และปวดเบ้าตา มีอาการไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส ไอมีเสมหะ มักไม่ค่อยมีน้ำมูก ถ้าหากเป็นรุนแรงอาจเกิดภาวะปอดอักเสบแทรกซ้อนได้
  • การดูแล :
    • กลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หอบหืด จะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเป็นรุนแรง จะให้ยาต้านไวรัสโดยตรง
    • กลุ่มเด็กโตหรือผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่มักจะหายได้เอง หากมีอาการไม่รุนแรงสามารถดูแลเองที่บ้านหรือรักษาตามอาการได้ เช่น เช็ดตัว กินยาลดไข้ ดื่มน้ำเยอะๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ แต่ถ้ามีอาการรุนแรงควรมาพบแพทย์เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อน
  • การป้องกัน : เนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายจากการไอจาม สัมผัสน้ำมูกน้ำลายของผู้ป่วย รวมถึงอยู่ในสถานที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเท ดังนั้นทั้งเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบตลอดจนผู้สูงอายุ ควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี ปีละ 1 ครั้งเพื่อเป็นการป้องกันโรค

โรคต่างๆ ที่พาเหรดกันมาในช่วงหน้าร้อน ทำให้คุณพ่อคุณแม่ยิ่งต้องระมัดระวังในการดูแลสุขภาพของลูกน้อยเป็นพิเศษ เพื่อปกป้องลูกน้อยไม่ให้เจ็บป่วย …อย่าให้ความร่าเริงของเด็กๆ ต้องมาสะดุด เพราะ “โรคในหน้าร้อน”…

มาถึงในส่วนท้ายของบทความกันแล้วนะคะเป็นยังไงกันบ้างคะ DooDiDo หวังว่าทุกๆ ท่านที่ได้อ่านบทความข้างต้นจะได้รู้จักกับ 4 โรคยอดฮิตสำหรับเด็กนะคะก็จะเห็นแล้วว่าทั้ง 4 โรคที่เรานำเสนอ มีอาการที่ค่อนข้างจะรุนแรงกับเด็กมากเลยทีเดียว ทั้งอุณหภูมิในร่างกายสูงอย่างรุนแรง อาการคลื่นไส้อาเจียน มีผื่นขึ้นตามบริเวณร่างกายหรือมีผดขึ้นตามร่างกายบนผิวหนัง และที่สำคัญก็คือโรคไข้หวัดใหญ่เนี่ยเป็นโรคที่อันตรายนะคะเพราะว่าเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจซึ่งเกิดได้จากเชื้อไวรัสอันตรายทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยนะคะ  ก็หวังว่าจากที่ได้อ่านเพื่อนๆจะรู้จักกับวิธีการดูแลวิธีการป้องกันไม่มากก็น้อยนะคะบอกว่าทุกท่านจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตลอดเวลานะคะขอบคุณค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.phyathai.com