ควรรู้ถึงสาเหตุ!! ลูกของคุณทำไมถึงมีพฤติกรรมไม่อยากไปโรงเรียน

WM

ทำไมลูกไม่อยากไปโรงเรียน? นี่คือสาเหตุและอาการผิดปกติที่พ่อแม่ควรรู้

กลับมาพบกับพวกเราเช่นเคยนะคะ ช่วงนี้ก็จะเห็นได้ว่าโรงเรียนเริ่มที่จะเปิดทำการอีกครั้งเด็กๆก็จะได้กลับไปเรียนไปพบเจอกับเพื่อนๆซึ่งเด็กบางคนก็รู้สึกตื่นเต้นกับการได้กลับไปอีกครั้งแต่ก็จะมีเด็กบางกลุ่มที่รู้สึกว่างอแงยังไม่พร้อมที่จะออกไปเจอเพื่อนไปเจอสังคมใหม่ๆนั่นเองค่ะ  ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องรู้ก่อนนะคะว่านี่อาจจะเป็นอาการผิดปกติบางอย่างหรือเปล่า  หรืออาจจะเป็นเพียงแค่อาการของลูกน้อยของเราที่งอแงบ้างไปตามวันและอารมณ์ของพวกเขา  ซึ่งพวกเราก็อยากที่จะมาพาเพื่อนๆทุกคนเนี่ยศึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติของลูกนะคะคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะสังเกตว่าลูกของเราทำไมถึงไม่อยากไปเรียนนั่นเองค่ะทั้งนี้อาจจะเนื่องจากสังคมรอบข้างของของโรงเรียนหรือของเพื่อนอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับลูกยังไงก็มาลองอ่านสิ่งที่น่าสนใจในบทความนี้ก็รู้ข่าวว่าลูกของคุณทำไมถึงมีพฤติกรรมดังกล่าวได้นะคะ

ลูกน้อยงอแงไม่ยอมไปโรงเรียน อาจเป็นพฤติกรรมที่พ่อแม่หลายๆ ครอบครัวเคยพบเจอมาก่อน แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าที่ลูกไม่ยอมไปโรงเรียนนั้น เป็นเพราะความไม่อยากธรรมดาทั่วไปตามธรรมชาติของเด็ก หรือเพราะเหตุผลอื่นที่ร้ายแรงกว่านั้น นี่คือสัญญาณผิดปกติในเบื้องต้นที่พ่อแม่ควรสังเกต!!

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@cdc

อาการผิดปกติ…ที่พ่อแม่ควรสังเกต เมื่อลูกไม่อยากไปโรงเรียน

    • สังเกตกาย

ของใช้ รอยฟกช้ำ รอยเล็บ แผลต่างๆ ความสะอาดของเสื้อผ้า อาหารน้ำดื่มที่ให้ลูกไป

    • สังเกตอารมณ์

ร้องไห้ง่าย หงุดหงิดง่าย อาละวาดมากขึ้น หวาดกลัว ขี้กังวลกับสิ่งต่างๆ มากผิดปกติ

    • สังเกตพฤติกรรม

ก้าวร้าวตบตีมากผิดปกติ ฝันร้าย เล่นรุนแรงซ้ำๆ หลบซ่อนของใช้ที่จะไปโรงเรียน มีอาการเจ็บปวด เช่น ปวดท้อง ปวดหัว ซ้ำๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้ ไม่กระตือรือร้นเหมือนก่อน พูดคุยหรือเล่นน้อยลง

    • สังเกตพัฒนาการ

มีภาวะถดถอย อั้นปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้ ทั้งๆ ที่เคยทำได้มาก่อน เคยเขียนอ่านได้ก็ไม่ร่วมมือทำหรือทำได้น้อยลง การนอนเปลี่ยนแปลงไป การทานอาหารผิดปกติ

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@little_klein

สาเหตุที่ทำให้ลูกไม่อยากไปโรงเรียน มีอะไรบ้าง?

  • มีความไม่พร้อมด้านพัฒนาการ พัฒนาการล่าช้า ยังติดคนเลี้ยง กลัวการแยกจาก กลัวสิ่งแวดล้อมใหม่ เข้าเรียนครั้งแรก
  • มีภาวะเครียดจากการปรับตัว เช่น เพิ่งสูญเสียบุคคลที่รัก ย้ายโรงเรียนใหม่ ย้ายห้องใหม่
  • มีการถูกทำร้ายในโรงเรียน ทั้งจากครู หรือ เพื่อน
  • มีโรคทางจิตเวชซ่อนอยู่ เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคระแวง หลงผิด โรคย้ำคิดย้ำทำ
  • โรคการเรียนบกพร่อง (อ่าน/เขียน ไม่สมวัย) ทำให้เกิดความเครียดสูงในการไปโรงเรียน
  • ดื้อ ต่อต้าน ติดเกม ติดยาเสพติด
  • มีปัญหาในการเลี้ยงดู การเลี้ยงดูตามใจที่มากเกินไป

พ่อ แม่ ควรมีวิธีป้องกัน และช่วยเหลือลูกอย่างไรบ้าง

  • พ่อแม่ต้องสังเกต อาการ และ ความผิดปกติต่างๆ ให้ได้ก่อน
  • นึกถึงสาเหตุที่อาจเป็นไปได้
  • ลดความกังวลของผู้ปกครองลงก่อน แล้วลองพูดคุยสอบถามเด็ก
  • ขอความช่วยเหลือจากคุณครู วางแผนเพื่อช่วยเหลือเด็กร่วมกัน
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@taypaigey

กรณีพบว่าสาเหตุอาจเกิดจากบุคคลอื่นที่โรงเรียน พ่อแม่ควรทำอย่างไร

  • ใช้เวลากับลูกเพิ่มขึ้น เพื่อเล่นสนุก ให้ลูกรู้สึกปลอดภัย รู้สึกไว้ใจ
  • ทดสอบถามความรู้สึกของลูก เช่น ลูกชอบโรงเรียนไหม ลูกชอบ(ชื่อครู) ไหม ลูกชอบเพื่อนๆ ไหม สังเกตสีหน้าท่าทางในการตอบ ว่าเด็กอึดอัดที่จะตอบไหม ถ้าดูอึดอัดก็ให้ค่อยๆ กอด บอกลูกว่า “ หนูมีเรื่องไม่สบายใจ แม่ทายถูกไหม” แล้วบอกให้เด็กมั่นใจว่า “บอกแม่ได้นะ แม่อยากช่วย แม่จะฟังหนู ไม่ว่าหนู แม่รักหนูมากเลยนะ เวลาแม่รักแม่จะกอด หอมหนูแบบนี้ เวลาแม่ดุหนู แม่จะเสียงดุขึ้น หนูก็จะกลัว จำได้ไหม”
  • ถามถึงพฤติกรรมที่บุคคลอื่น ครู หรือ เพื่อน ทำกับเด็ก “ ที่โรงเรียนมีใคร (ชื่อครู / เพื่อน / คนอื่น) ทำให้หนูกลัว บ้างไหม ครู/ เพื่อน/ คนอื่น ทำอย่างไร สามารถถามนำ ได้ เช่น ใช้มือผลัก ใช้นิ้วจับบีบให้เจ็บ หรือ หยิก บิด ตามพัฒนาการทางภาษาของเด็ก ปลอบเป็นระยะๆ ว่า “ดีจังเลยที่หนูจำได้” หรือ “ไม่เป็นไรนะ ถ้าหนูไม่รู้” “ถ้ามีใครทำให้หนูกลัวก็บอกแม่ได้ ถ้ามีใครบอกว่า อย่าไปบอกแม่ แสดงว่าเขาทำไม่ดีกับหนู เขาทำให้หนูกลัว” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กกล้าบอกในภายหลัง
  • เมื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว พ่อแม่ควรประสานกับทางโรงเรียนเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน
  • กรณีที่เด็กไม่สามารถสื่อสารได้ หรือมีข้อจำกัดในการที่จะเข้าใจ หรือมีอาการเครียดมากกว่าปกติ แนะนำให้พบจิตแพทย์ เพื่อประเมินและให้คำแนะนำต่อไป

จากบทความข้างต้นที่ DooDiDo ได้เสนอมาก็จะเห็นว่ามีสาเหตุอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้เด็กงอแงไม่อยากไปเรียนไม่ว่าจะเป็นทั้งอารมณ์ทางพฤติกรรมหรือพัฒนาการของเด็กเองนะคะก็จะเห็นว่าเด็กบางคนเนี่ยไม่ยอมให้ความร่วมมือกับการเรียนก็เพราะพวกเขาอาจจะมีความต้องการส่วนตัวที่เราผู้ปกครองไม่เข้าใจนะคะซึ่งสิ่งที่ควรทำก็คือผู้ปกครองควรจะสังเกตให้ดีก่อนว่าเขามีสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมอารมณ์คำพูดหรือการใช้ท่าทางนะคะทางนี้ก็ต้องสังเกตได้ว่าตามร่างกายหรือว่าเสื้อผ้าของเขามีรอยแผลจากการถูกทำร้ายหรือการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนหรือเปล่าซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันก็จะเห็นข่าวเด็กโดน bully เด็กโดนทำร้ายร่างกายทั้งจากเพื่อนเหลือจากครูเองก็บอกว่าคุณพ่อคุณแม่จะคอยดูและคอยซัพพอร์ตพวกเขาอยู่เสมอนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.phyathai.com