ข้อควรรู้ก่อนสายไปเกี่ยวกับสภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูก!!

WM

คุณแม่ควรระวัง สาเหตุ และการรักษาการตั้งครรภ์นอกมดลูก

สวัสดีค่ะแม่ๆ ทุกท่าน ก็ตามหัวข้อที่เราได้นำเสนอในวันนี้เลยนะคะ พวกเราจะมาพาคุณแม่ทุกๆท่านมารู้ทันท่านก่อนสายไปเกี่ยวกับการตั้งครรภ์นอกมดลูกนะคะ คุณแม่หลายท่านอาจจะเป็นคุณแม่มือใหม่หรือว่าบางท่านอาจจะว่าเป็นคุณแม่ที่ท้องมาก่อนแล้ว และการตั้งครรภ์นอกมดลูกนั้นเกิดขึ้นเมื่อภาวะที่ตัวอ่อนฝังตัวอยู่บริเวณอื่นที่ไม่ใช่โพรงมดลูกนั้นเองค่ะ ซึ่งมันจะเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อเพราะว่าการตั้งครรภ์นอกมดลูกจะทำให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตได้ไม่ได้นะคะ วันนี้เราจะเสนอถึงอาการ สาเหตุ การรักษา และการป้องกันนะคะ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดวิธีการรักษาอย่างไรแล้วคุณแม่ทุกท่านควรที่จะเตรียมความพร้อมในการตั้งครรภ์ตั้งแต่เนิน เพื่อที่จะได้ไม่สายเกินไป อย่ารอช้าที่จะได้อ่านสิ่งดีๆ ในบทความ ถ้าพร้อมแล้ว ก็สามารถอ่านแล้วติดตามสิ่งที่เราได้นำเสนอบทความนี้ได้เลยค่ะ

การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) คือภาวะที่ตัวอ่อนฝังตัวอยู่บริเวณอื่นที่ไม่ใช่โพรงมดลูก มักเกิดขึ้นบริเวณท่อนำไข่ (ปีกมดลูก) ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปเป็นทารกได้ ดังนั้นเมื่อมีการตั้งครรภ์จึงควรฝากครรภ์และรับการตรวจตามนัดหมาย เพราะหากมีการตั้งครรภ์นอกมดลูกและไม่ได้รับการรักษา ตัวอ่อนจะเจริญเติบโตภายในท่อนำไข่และทำให้ท่อนำไข่แตก ซึ่งจะเกิดการเสียเลือดและตกเลือดในช่องท้องจนเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหมั่นสังเกตอาการ หากพบความผิดปกติใดๆ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@ignaciocampo

อาการของการตั้งครรภ์นอกมดลูก

  • ปวดท้องน้อย ปวดร้าวไปถึงบริเวณทวารหนัก ต้นขาหรือไหล่
  • มีเลือดออกจากช่องคลอด ส่วนใหญ่เลือดจะออกไม่มาก
  • หน้ามืด เป็นลม หรือมีภาวะช็อก

สาเหตุของการตั้งครรภ์นอกมดลูก

1.ท่อนำไข่มีลักษณะผิดรูป ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถเคลื่อนที่ไปฝังตัวในโพรงมดลูกได้ ท่อนำไข่ผิดรูปร่างมักเกิดจากสาเหตุดังนี้

  • อุ้งเชิงกรานอักเสบจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้มีพังผืดบริเวณท่อนำไข่
  • มีรอยแผลและพังผืดจากการผ่าตัด
  • เคยมีประวัติการตั้งครรภ์นอกมดลูกมาก่อน
  • การทำหมันหรือการแก้หมันหญิง

2.เกิดจากการใช้ยาและฮอร์โมน

3.เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนในกระบวนการตั้งครรภ์

4.คุณแม่ตั้งครรภ์เมื่อมีอายุตั้งแต่ 35 ปี ขึ้นไป ทำให้มีความเสี่ยงที่อวัยวะในระบบสืบพันธุ์อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือทำงานด้อยประสิทธิภาพลง

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/bokskapet-7322944/

 การวินิจฉัยการตั้งครรภ์นอกมดลูก

  1. แพทย์จะซักถามประวัติอาการ การมีประจำเดือนร่วมกับการตรวจร่างกายบริเวณหน้าท้อง
  2. การตรวจภายใน
  3. ตรวจเลือดหาฮอร์โมน HCG และ อัลตร้าซาวด์ผ่านทางช่องคลอดจะไม่พบตัวอ่อนในโพรงมดลูก แต่จะพบตัวอ่อนนอกโพรงมดลูก

การรักษาการตั้งครรภ์นอกมดลูก

  1. การใช้ยาโดยใช้ยาเคมีบำบัด คือ ยาเมโธเทรกเซท (Methotrexate) ซึ่งเป็นยาที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ ซึ่งในกรณีที่ใช้ยาแล้วไม่ตอบสนองต่อการรักษา จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดต่อไป โดยจะพิจารณาใช้ยาในกรณีที่ขนาดของถุงการตั้งครรภ์ไม่ใหญ่เกินไป และผู้ป่วยยังไม่มีอาการเสียเลือดมากหรือภาวะช็อก
  2. การผ่าตัดโดยกรีดท่อนำไข่ นำตัวอ่อนออกและเย็บซ่อมท่อนำไข่ วิธีนี้จะเป็นการรักษาท่อนำไข่ไว้แต่จะมีโอกาสเกิดตั้งครรภ์นอกมดลูกซ้ำ หรือการผ่าตัดท่อนำไข่ออก โดยวิธีการผ่าตัดแบ่งเป็น 2 วิธีคือ การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องและการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งการผ่าตัดส่องกล้องผู้ป่วยจะมีแผลเล็กกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง
  3. การรักษาภาวะแทรกซ้อนเช่น ภาวะช็อกจากการเสียเลือดมาก อาจจะต้องได้รับเลือดทดแทน ภาวะอักเสบติดเชื้อ อาจต้องได้รับยาลดการอักเสบและยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@johnlooy

การป้องกันการตั้งครรภ์นอกมดลูก

ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูกไม่สามารถควบคุมได้ แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อความเสียหายต่ออวัยวะในช่องท้องและระบบสืบพันธุ์ ซึ่งจะนำไปสู่การท้องนอกมดลูกในที่สุดได้ เช่น

  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการอักเสบติดเชื้อบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • รักษาสุขภาพ ไม่สูบบุหรี่ เพราะผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงในการท้องนอกมดลูก
  • คุณแม่ควรสังเกตอาการขณะตั้งครรภ์ โดยหากมีอาการปวดท้องมากเกินไป มีเลือดออกผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว

หลังจากที่ได้อ่านบทความข้างต้นจบกันไปแล้ว จะเห็นได้ว่าการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) นั้น ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถที่จะลดปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะส่งผลเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังมีแพลนที่จะตั้งครรภ์สามารถที่จะหาข้อมูลหรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชายได้ เพราะการตั้งครรภ์นอกมดลูกจะเป็นผลไม่ดีอย่างยิ่ง DooDiDo แนะนำว่าการปรึกษาแพทย์จะช่วยให้ตัวคุณแม่เองรู้สึกวางใจได้นะคะ หวังว่าทุกท่านจะได้พบกับความสุขในทุกๆวันนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.phyathai.com