ข้อควรรู้การทานยาแก้ปวดมากเกินไปเสี่ยง“ปวดศีรษะ” ได้

มาดูวิธีป้องกันอาการปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป

เมื่อเกิดอาการเจ็บไข้ไม่สบาย ยาชนิดแรกที่คิดถึงคือยาแก้ปวด ซึ่งกินเพื่อลดอาการที่เกิดขึ้น การกินยาประเภทนี้หากกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลต่อสุขภาพของเรา หากไม่สบายและพบปัญหาเหล่านี้แล้วต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาให้ตรงตามอาการที่เกิดขึ้น และท่านเชื่อหรือไม่ว่า ยาแก้ปวดที่เรากินกันอยู่เป็นประจำ และคิดว่าปลอดภัย ไม่น่ามีปัญหาอะไร จริงๆ แล้วหากกินมากเกินไป ก็มีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ด้วยเช่นกันนพ.ประกิต อนุกูลวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่า การกินยาแก้ปวดมากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะได้

ยาแก้ปวด (Painkiller) คือ กลุ่มยาที่มีคุณสมบัติในการลด ระงับ หรือบรรเทาอาการปวดตั้งแต่อาการปวดแบบไม่รุนแรงไปจนถึงอาการปวดแบบรุนแรง โดยสามารถบรรเทาอาการปวดได้หลายรูปแบบ เช่น ปวดศีรษะ ปวดฟัน ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดประจำเดือน เป็นต้น ทั้งนี้ยาแก้ปวดบางชนิดสามารถหาซื้อได้เองตามร้านขายยาทั่วไป และบางชนิดจำเป็นต้องใช้ตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@sammywilliams

โรคปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป

โรคปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป (Medical overuse headache) เกิดจากการที่ผู้ป่วยใช้ยาแก้ปวดบรรเทาอาการปวดศีรษะในปริมาณที่มากเกินไป เป็นผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะรุนแรงมากขึ้นในระยะเวลาต่อมา และมีความถี่ของอาการปวดศีรษะแทบทุกวัน

ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะต่อเนื่องนานเกิน 3 เดือน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีประวัติการใช้ยาแก้ปวดในกลุ่มพาราเซตามอล หรือกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เกิน 15 วัน/เดือน หรือมีประวัติการใช้ยาแก้ปวดในกลุ่มเออร์โกตามีน ทรีปแทน หรือโอปีออยด์ เกิน 10 วัน/เดือน

อาการปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป

  1. อาการปวดศีรษะจะมีความถี่ขึ้น เมื่อใช้ยานานขึ้น
  2. ยาแก้ปวดที่ใช้มีประสิทธิภาพลดลง ที่เคยรับประทานแล้วหายปวดกลับไม่หายปวด
  3. อาการปวดศีรษะจะเกิดขึ้นภายหลังยาแก้ปวดหมดฤทธิ์
  4. ผู้ป่วยจะต้องใช้ขนาดยาแก้ปวดที่เพิ่มขึ้น
  5. ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะขณะนอนหลับร่วมด้วย เนื่องจากขาดยาในช่วงเวลานอน และทำให้เกิด อาการปวดศีรษะ
WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@towfiqu999999

วิธีป้องกันอาการปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป

  1. หยุดหรือลดปริมาณของยาแก้ปวดที่ใช้เกินขนาด
  2. ปรับรูปแบบการดำเนินชีวิต เช่น นอนหลับให้เพียงพอออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดภาวะเครียดหรือ ปัจจัยกระตุ้นที่ก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ
  3. ในผู้ป่วยที่มีโรคปวดศีรษะอยู่เดิม เช่น โรคปวดศีรษะไมเกรน ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณา การใช้ยาและป้องกันอาการปวดศีรษะที่เหมาะสม

อย่างที่บอกนะคะ เมื่อเจ็บป่วยด้วยอาการใดๆ ก็ตาม การหายากินเองและกินยานั้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีผลดีต่อร่างกาย รวมถึงอาจก่อเกิดอาการอื่นๆ หนักมากขึ้น DooDiDo สรุปง่ายๆ ว่า เมื่อเจ็บไข้ไม่สบาย กินต่อเนื่องนานเกินไป ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาโรคที่เกิดขึ้นดีกว่านะคะ

 ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล : www.sanook.com