การมีประจำเดือน “ผิดปกติ” นานๆ ครั้งเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นได้

WM

ผู้หญิงสามารถมีรอบเดือนยาวสั้นแตกต่างกัน ตามธรรมชาติ

ก่อนจะไปอ่านบทความนี้เรามาเช็คร่างกายของตัวเรากันเองก่อนดีกว่าค่ะว่า คุณสาวๆ ลองสังเกตดูสิคะว่าประจำเดือนของสาวๆ มาปกติหรือเปล่า การจะดูว่าประจำเดือนมาปกติหรือไม่นั้นก็นับระยะเวลาที่ประจำเดือน มาวันแรก ไปจนถึงวันก่อนมีรอบเดือนรอบใหม่ เรามักจะเคยได้ยินมาว่าผู้หญิงปกติแล้วมีระยะรอบเดือน 28 วัน แต่ไม่ได้หมายความว่าการมีระยะรอบเดือนสั้นหรือยาวกว่านั้นถือว่าผิดปกตินะคะ เพราะโดยปกติแล้วผู้หญิงสามารถมีรอบเดือนยาวสั้นแตกต่างกัน ตามธรรมชาติและตามความสมบูรณ์ของร่างกายในแต่ละคน  แล้วสามารถพบได้ตั้งแต่ 23-35 วัน ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณมีความปกติดี ถ้าระยะรอบเดือนคุณมาทุกๆ 23 วัน หรือทุก 35 วัน หรือกี่วันก็ได้ระหว่างนั้นตราบใดที่รอบเดือนของคุณมาสม่ำเสมอและสามารถมาก่อนกรือหลังรอบเดือนเฉลี่ยได้สองสามวัน

แต่วันนี้เราอยากมาพูดกันถึงการมีประจำเดือน “ผิดปกติ” หรือผิดไปนานๆ ครั้งป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงที่คุณมีภาวะความเครียด เดินทางข้ามประเทศหรือมีอาการป่วย  สำหรับสาวๆทั่วๆ ไป เมื่อพ้นจากความเครียดหรือหายป่วยแล้วประจำเดือนก็จะกลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง แต่บางคนความผิดปกติกลับมีมากกว่านั้น เราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@berlinboudoir

ประจำเดือนคือเลือดเสียใช่หรือไม่

จริงๆแล้วประจำเดือนเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมาเมื่อไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นในรอบเดือนนั้นๆ โดยจะปนมากับเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเอนไซม์ต่างๆ ออกมาในลักษณะของเลือดนั่นเอง ในความเป็นจริงประจำเดือน สามารถบ่งชี้ถึงภาวะสุขภาพบางอย่างของผู้หญิงได้ การให้ความสนใจเกี่ยวกับประจำเดือนและอาการที่เกิดร่วมจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ

ประจำเดือนที่ปกติ และผิดปกติเป็นอย่างไร

ปกติแล้วประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอทุกๆ 25-35 วัน และมีเลือดออกนานราวๆ 3-5 วัน โดยไม่ควรเกิน 7 วัน และปริมาณเลือดที่เสียออกมาไม่เกิน 80 มล.ความผิดปกติ อาจมีได้ทั้งในแง่ของความถี่ ระยะเวลาของการมีประจำเดือน หรืออาการที่เกิดร่วมในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งอาจแบ่งเป็นกลุ่มๆได้ดังนี้

ประจำเดือนขาดตั้งแต่ 3 เดือนขึ้น

การขาดประจำเดือน หมายถึง การที่ประจำเดือนขาดตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปทั้งๆที่เดิมก็มาสม่ำเสมอ อาการแบบนี้จำเป็นต้องหาสาเหตุ ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ก็จำเป็นต้องแยกเรื่องของการตั้งครรภ์ออกไปก่อนเพราะอาจเกิดขึ้นได้หากไม่มีการคุมกำเนิดที่ดีพอ สาเหตุอื่นๆเช่น การไม่ตกไข่ ซึ่งอาจเกิดชั่วครั้งชั่วคราวในช่วงที่ร่างกายเจ็บป่วยมากๆ น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงเยอะๆ หรือมีความเครียด หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ ต่อมใต้สมอง แต่หากเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับมดลูก ก็อาจบ่งบอกว่ามีผลกระทบบางอย่างเกิดขึ้น ในกรณีที่เกิดร่วมกับอาการร้อนวูบวาบ หงุดหงิดง่าย อาจต้องคิดถึงภาวะของวัยทองด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่อายุมากขึ้น

ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ

อาการนี้เป็นแบบคาดเดาไม่ได้ เดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย มักเกิดจากภาวะไม่ตกไข่ หากเป็นอยู่เสมอก็ควรให้ความสนใจ เนื่องจากการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ อาจส่งผลทำให้มีบุตรยาก และในระยะยาวการที่เยื่อบุโพรงมดลูกถูกกระตุ้นอย่างผิดปกติไม่หลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือนอยู่นานๆ ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์จนเกิดมะเร็งของเยื่อบุโพรงมดลูกได้

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@sasun1990

ประจำเดือนกะปริดกะปรอย

แบบที่ว่านี้คือประจำเดือนมีลักษณะมามากบ้างน้อยบ้าง หยุดๆมาๆไม่เป็นรอบ อาจเกิดจากรคบางอย่าง เช่น การมีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก หรืออาจเกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกแบบไม่พร้อมกันทั้งหมดซึ่งเกิดจากระบบฮอร์โมนที่ควมคุมเยื่อบุโพรงมดลูกที่ผิดปกติหรือในบางรายอาจมีประวัติการใช้ยาบางชนิดที่มีฤทธิ์เกี่ยวกับฮอร์โมนอย่างไม่เหมาะสม หากสังเกตว่ามีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ อาจเป็นเลือดที่ออกจากแผลบริเวณนั้นๆไม่ใช่ประจำเดือน หรืออาจเกิดจากความผิดปกติทางเซลล์ของปากมดลูกได้

ประจำเดือนมานานกว่า 7 วัน

อาจร่วมกับมีปริมาณเลือดออกที่มากผิดปกติ หรืออาจมีอาการหน้ามืด ใจสั่นจากการเสียเลือดมาก ลักษณะนี้อาจบ่งชี้ว่ามีความผิดปกติของตัวมดลูก เช่น มีเนื้องอกของกล้ามเนื้อมดลูกที่ทำให้การหดรัดตัวของมดลูกเพื่อการหยุดเลือดประจำเดือนไม่สามารถเกิดได้ตามปกติ หรืออาจมีความผิดปกติในแง่กลไกของการหยุดเลือดทำให้มีการเสียเลือดที่มากและนานกว่าปกติ ซึ่งกลไกการหยุดเลือดที่ผิดปกติ อาจเกิดจากระบบของโรคเลือด หรือมีโรคตับที่หลบซ่อนอยู่ได้ เป็นต้น

ประจำเดือนมีปริมาณลดลงผิดปกติ

หากเกิดภายหลังจากการได้รับการผ่าตัดหรือขูดมดลูก ก็ควรปรึกษาแพทย์ทั้งนี่อาจมีความเกี่ยวข้องกับผลของการผ่าตัดดังกล่าวได้

อาการปวดประจำเดือน รุนแรงมากขึ้น

เช่นจากเดิมไม่มีอาการปวดหรือมีเพียงเล็กน้อย กลายเป็นมีอาการปวดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆอย่างเรื้อรัง อาการนี้อาจบ่งชี้ถึงภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้ การตรวจประเมินจะมีประโยชน์ทั้งในด้านการรักษาและควบคุมอาการ รวมทั้งเพื่อประเมินความเสี่ยงในการเกิดภาวะมีบุตรยากด้วย

จะเห็นว่าประจำเดือนที่ผิดปกติ อาจจะบอกถึงภาวะสุขภาพในปัจจุบัน รวมถึงความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางสุขภาพบางอย่างในอนาคตได้ การใส่ใจในเรื่องของประจำเดือนจึงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม หากมีอาการผิดปกติ ก็ควรปรึกษากับสูตินรีแพทย์

> สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนผิดปกติที่พบบ่อย <<

WM
ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@rominafa

น้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน หรือ น้ำหนักลดลงมากเกินไปเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะน้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน หรือมากกว่ามาตรฐาน ต่างก็ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้ทั้งสิ้น คนที่ผอมเกินไปนั้น ไขมันจะมีสัดส่วนไม่พอเหมาะกับมวลทั้งหมดของร่างกาย เมื่อไขมันสะสมลดลงอย่างมาก  ร่างกายอาจหยุดการผลิตไข่ได้ ส่งผลให้รอบเดือนมาไม่สม่ำสม

การออกกำลังกายมากเกินไป ปัญหานี้พบบ่อยในนักกีฬาที่ต้องโหมออกกำลังกายอย่างหนักเป็นประจำ การออกกำลังกายอย่างหนักส่งผลเช่นเดียวกับคนที่น้ำหนักลดลงมากเกินไป ทำให้ไขมันสะสมลดลงอย่างมาก จนร่างกายหยุดผลิตไข่ ทำให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำสมอ ซึ่งการออกกำลังอย่างหนักมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน สามารถส่งผลให้ประจำเดือนขาดได้ ภาวะการขาดสารอาหารเป็นผลมาจากอาการลดน้ำหนักอย่างหักโหมรวดเร็ว ภาวะเกลียดอาหารอย่างโรค anorexia และ / หรือความเครียดทางร่างกายที่เป็นผลมาจากการออกกำลังกายมากเกินไปสามารถทำให้สารเคมีในสมองเปลี่ยนไป ทำให้สมองไม่  สามารถส่งสัญญาณควบคุมวงจรการผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมการพัฒนาของ follicle ได้ เมื่อ follicle ไม่มีการเจริญพัฒนาจึงอาจส่งผลให้ขาด เอสโตรเจน

ยา โดยเฉพาะการรับประทานยาคุมกำเนิด เมื่อคุณเริ่มใช้ยาคุมกำเนิด ประจำดือนของคุณจะถูกควบคุมด้วยฮอร์โมนในตัวยานั้น ๆ โดยเฉพาะยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งอาจทำให้รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ บางครั้งทำให้รอบเดือนมาน้อยลง หรือประจำเดือนไม่มาเลยก็ได้

ปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะอุ้งเชิงกราน เช่น เยื่อพรหมจารีไม่เปิด (Imperforate hymen) โดยจริง ๆ แล้ว คุณอาจมีประจำเดือนทุกเดือน แต่ขังอยู่ในช่องคลอดและโพรงมดลูก หรือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome) ที่ทำให้ระยะระหว่างรอบประจำเดือนห่างมากขึ้น

เรื่องประจำเดือนบางคนไม่กล้าที่จะพูดไม่กล้าที่จะปรึกษาหรือคุยกับใครอาจจะอาย หรือเขิลที่จะต้องพูดเรื่องนี้ แต่อย่าลืมนะคะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสุขภาพของเราและสำคัญมาก ไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่อย่างใด DooDiDo แนะนำว่าสาวๆ ควรหมั่นสังเกตประจำเดือนของเราทุกอย่าง ตั้งแต่ระยะเวลาการมาของรอบเดือน สีของประจำเดือน หรือทุกสิ่งที่รู้สึกว่ามีความผิดปกติ เมื่อพบความไม่ปกติก็ควรรีบไปพบแพทย์ อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน หากเกิดอะไรขึ้นจะได้หาทางรักษาได้ทัน และตรงจุดมากยิ่งขึ้น หากทำการรักษาได้ทันท่วงที สาวๆ ก็จะสามารถกลับมามีประจำเดือนที่เป็นปกติได้ในที่สุดคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: https://goodlifeupdate.com